ปัญหาที่ธุรกิจเจอบ่อยที่สุดเวลาจ้างทำ SEO ไม่ใช่ราคาแพงเกินไป แต่คือจ่ายเงินไปหลายเดือนแล้วเถียงกันไม่จบว่าตกลงจ้างให้ทำอะไรกันแน่ ต้นเหตุเกือบทั้งหมดย้อนกลับไปที่จุดเดียวคือเอกสารตอนเริ่มงานไม่ชัด บางเคสมีแค่ใบเสนอราคาหน้าเดียวที่เขียนว่า ดูแล SEO รายเดือน โดยไม่มีรายละเอียดว่าเดือนหนึ่งส่งมอบอะไร วัดผลด้วยอะไร และถ้าไม่พอใจจะหยุดได้ตอนไหน
บทความนี้เป็นเช็กลิสต์สำหรับอ่านสัญญาจ้างทำ SEO ก่อนเซ็น ไล่ตั้งแต่องค์ประกอบที่สัญญาต้องมีครบ วิธีอ่านข้อการันตีอันดับให้ออกว่าเป็นการันตีจริงหรือแค่คำโฆษณา การตั้ง KPI ที่วัดได้จริง สิทธิ์เข้าถึงบัญชีที่ต้องอยู่ในมือคุณ เงื่อนไขยกเลิกที่ไม่ทำให้เสียเปรียบ ไปจนถึงข้อสัญญาที่เจอแล้วควรขอแก้ก่อนลงชื่อ เป้าหมายคือให้คุณเซ็นแล้วนอนหลับได้ ไม่ใช่เซ็นแล้วมาลุ้นทีหลัง
ทำไมงาน SEO ต้องมีสัญญา ไม่ใช่แค่คุยกันในแชต
เพราะ SEO เป็นงานที่ผลลัพธ์ใช้เวลาหลายเดือนและลูกค้ามองไม่เห็นงานเบื้องหลังส่วนใหญ่ สัญญาจึงทำหน้าที่เป็นหลักฐานว่าจ้างให้ทำอะไร ส่งมอบเมื่อไหร่ และวัดผลด้วยอะไร ไม่ใช่เอกสารไว้ฟ้องร้องกันอย่างเดียว
งานประเภทซื้อของสำเร็จรูปเห็นผลทันทีว่าได้หรือไม่ได้ แต่งาน SEO ต่างออกไป เดือนแรกอาจไม่มีอะไรเปลี่ยนบนหน้าค้นหาเลยทั้งที่ทีมแก้โครงสร้างเว็บไปหลายสิบจุด ถ้าไม่มีเอกสารระบุว่าเดือนนั้นต้องส่งมอบอะไรบ้าง ทั้งสองฝ่ายจะเถียงกันด้วยความรู้สึกล้วนๆ ฝ่ายจ้างรู้สึกว่าไม่มีอะไรคืบ ฝ่ายรับงานรู้สึกว่าทำเยอะแล้วแต่ยังไม่ถึงเวลาออกผล
อีกเหตุผลที่สำคัญกว่าคือ SEO เข้าไปแตะสินทรัพย์ของธุรกิจโดยตรง ทั้งตัวเว็บไซต์ บัญชีวัดผล และโปรไฟล์ลิงก์ที่จะติดอยู่กับโดเมนไปอีกนาน งานที่ทำผิดวิธีสร้างความเสียหายที่แก้คืนยากกว่าค่าจ้างหลายเท่า สัญญาที่ดีจึงต้องคุมทั้งสิ่งที่จะได้และสิ่งที่ห้ามทำไปพร้อมกัน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะคัดผู้ให้บริการอย่างไรก่อนถึงขั้นตอนเซ็น อ่านต่อได้ที่ วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้เหมาะกับธุรกิจ
องค์ประกอบที่สัญญาจ้างทำ SEO ต้องมีครบ
สัญญา SEO ที่ใช้งานได้จริงต้องมีอย่างน้อย 6 ส่วน คือขอบเขตงานที่นับได้ ตัวชี้วัดและวิธีรายงาน สิทธิ์เข้าถึงและความเป็นเจ้าของบัญชี เงื่อนไขราคาและการชำระเงิน ระยะเวลากับเงื่อนไขยกเลิก และข้อกำหนดเรื่องวิธีทำงานที่ยอมรับได้ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไปคือช่องว่างที่จะกลายเป็นข้อพิพาททีหลัง
หลักการอ่านง่ายๆ คือทุกข้อในสัญญาควรตอบได้ว่า ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง จะใช้ข้อความไหนตัดสิน ถ้าอ่านแล้วยังตีความได้สองทาง แปลว่าข้อนั้นยังเขียนไม่พอ ให้ขอแก้ก่อนเซ็นเสมอ การขอแก้ถ้อยคำไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน แต่คือการทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่วันแรก
ขอบเขตงานที่ระบุเป็นจำนวนและความถี่
หัวใจของสัญญาคือส่วนนี้ ขอบเขตงานต้องเขียนเป็นตัวเลขที่นับได้ ไม่ใช่คำกว้างๆ อย่าง ปรับปรุง On-page ให้ดีขึ้น หรือ เพิ่ม Backlink คุณภาพ ที่ดีคือระบุว่าเดือนหนึ่งเขียนบทความกี่ชิ้น ความยาวประมาณเท่าไหร่ ปรับ Title และ Meta กี่หน้า แก้ปัญหา Technical ตามรายการใด ทำลิงก์ประเภทไหนจำนวนเท่าไหร่ และรายงานเดือนละกี่ครั้ง
สิ่งที่มักถูกลืมคือฝั่ง Out of Scope หรืองานที่ไม่รวมอยู่ในราคานี้ เช่น การรีดีไซน์เว็บ การย้ายโฮสต์ การเขียนคอนเทนต์ภาษาที่สอง หรือการทำ Google Ads ควบคู่ ถ้าไม่เขียนแยกไว้ ปลายทางคือฝ่ายจ้างคาดหวังว่ารวมอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายรับงานคิดว่าต้องคิดเพิ่ม การระบุงานนอกขอบเขตพร้อมอัตราค่าบริการเสริมช่วยตัดปัญหานี้ตั้งแต่ต้น
ตัวชี้วัดและรูปแบบรายงาน
สัญญาควรระบุว่าจะวัดผลด้วยตัวเลขชุดไหน ดึงจากเครื่องมือใด และส่งรายงานทุกวันที่เท่าไหร่ของเดือน รายงานที่มีคุณค่าต้องเชื่อมสิ่งที่ทำเข้ากับผลที่เกิด คือมีทั้งงานที่ส่งมอบเดือนนี้ ปัญหาที่พบ ตัวเลขที่ขยับ และแผนเดือนถัดไป ไม่ใช่กราฟสวยๆ ที่ไม่มีคำอธิบายว่าเกิดจากอะไร
ควรระบุด้วยว่าใครเป็นคนดึงข้อมูล ถ้าผู้ให้บริการเป็นคนทำรายงานฝ่ายเดียวโดยที่ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบไม่ได้เลย นั่นคือความเสี่ยง เพราะไม่มีทางตรวจสอบย้อนกลับได้ สัญญาที่ดีจะเปิดให้ลูกค้าเข้าดูข้อมูลต้นทางได้ตลอดเวลา
สิทธิ์เข้าถึงและความเป็นเจ้าของบัญชี
ข้อนี้เป็นข้อที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดและเจ็บที่สุดเวลาเลิกสัญญา บัญชี Google Analytics, Search Console, Tag Manager และ Google Ads ต้องเปิดในชื่อธุรกิจของคุณเอง แล้วเชิญผู้ให้บริการเข้ามาเป็นผู้ใช้งาน ไม่ใช่ให้เขาเปิดบัญชีในชื่อตัวเองแล้วแบ่งภาพหน้าจอมาให้ดู เพราะเมื่อเลิกจ้าง ข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดจะหายไปพร้อมกับเขา
เรื่องเดียวกันใช้กับสิทธิ์เข้าเว็บไซต์ ควรสร้างบัญชีผู้ใช้แยกให้ทีมที่รับงาน กำหนดสิทธิ์เท่าที่จำเป็น เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และเขียนในสัญญาว่าเมื่อจบงานจะปิดสิทธิ์ภายในกี่วัน พร้อมส่งมอบไฟล์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องคืน
ราคา งวดชำระ และเงื่อนไขปรับราคา
ต้องชัดว่าราคาที่ตกลงรวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง มีหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร ชำระเป็นงวดแบบไหน จ่ายก่อนเริ่มเดือนหรือหลังส่งรายงาน และมีค่าแรกเข้าหรือค่าตั้งต้นระบบหรือไม่ ถ้าสัญญาระยะยาวควรระบุว่าปรับราคาได้เมื่อใดและต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน
อีกจุดที่ควรถามคือค่าใช้จ่ายที่ส่งต่อให้ลูกค้า เช่นค่าซื้อพื้นที่ลงบทความ ค่าเครื่องมือ หรือค่าจ้างนักเขียนเฉพาะทาง ว่ารวมอยู่ในค่าบริการแล้วหรือเรียกเก็บแยก จะได้ไม่เจอบิลเซอร์ไพรส์กลางทาง อยากเห็นภาพว่าโครงสร้างราคาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร อ่านเทียบได้ที่ รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่ และควรดูอะไรนอกจากราคาต่อเดือน
ระยะเวลา การต่ออายุ และเงื่อนไขยกเลิก
ระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุดให้ชัด พร้อมกลไกต่ออายุว่าเป็นแบบต้องแจ้งยืนยันหรือแบบต่ออัตโนมัติ สัญญาที่ต่ออัตโนมัติไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องมีช่วงเวลาให้บอกเลิกก่อนต่อ และต้องเขียนไว้ชัดว่ากี่วัน ไม่ใช่ซ่อนไว้ในเชิงอรรถ
ส่วนเงื่อนไขยกเลิกควรครอบคลุมทั้งสองฝั่ง ทั้งกรณีลูกค้าขอหยุดเอง และกรณีผู้ให้บริการทำงานไม่ได้ตามขอบเขตที่ตกลง พร้อมระบุวิธีคิดเงินค่างานที่ทำค้างไว้
ข้อกำหนดเรื่องวิธีทำงานที่ยอมรับได้
ควรมีข้อความว่าผู้ให้บริการจะทำงานตามแนวทางที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของเสิร์ชเอนจิน และห้ามใช้เทคนิคที่มีความเสี่ยงทำให้เว็บถูกลงโทษ เช่น การซื้อลิงก์จากเครือข่ายสแปม การสร้างหน้าซ้ำจำนวนมาก หรือการซ่อนข้อความ ข้อนี้สำคัญเพราะความเสียหายตกอยู่ที่โดเมนของคุณ ไม่ใช่ของเขา
ควรระบุความรับผิดชอบด้วยว่า ถ้าเว็บได้รับผลกระทบจากเทคนิคที่ผู้ให้บริการเลือกใช้เอง ฝ่ายใดรับผิดชอบการแก้ไข ทำความเข้าใจว่าเทคนิคกลุ่มไหนเสี่ยงได้จาก SEO สายขาว vs สายเทา ต่างกันอย่างไร
การันตีอันดับในสัญญา เชื่อได้ไหม
คำตอบตรงๆ คือ ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมอันดับบน Google ได้ ดังนั้นข้อการันตีอันดับที่ไม่มีเงื่อนไขกำกับจึงเป็นคำโฆษณามากกว่าข้อผูกพันที่บังคับได้จริง สิ่งที่ควรถูกการันตีในสัญญาคือขอบเขตงาน ความถี่รายงาน และความโปร่งใสของวิธีทำงาน
เวลาเจอคำว่าการันตี ให้พลิกไปอ่านเงื่อนไขแนบท้ายเสมอ เพราะคำเดียวกันหมายถึงคนละเรื่องได้ บางสัญญาการันตีว่าถ้าไม่ติดหน้าแรกจะทำต่อให้ฟรี บางสัญญาการันตีว่าคืนเงิน บางสัญญาการันตีเฉพาะคีย์เวิร์ดที่แทบไม่มีใครค้น หรือการันตีอันดับบนคำที่มีชื่อแบรนด์ของคุณอยู่ในนั้น ซึ่งเว็บของคุณก็ควรติดอยู่แล้วโดยไม่ต้องจ้างใคร
คำถามที่ควรถามกลับมี 4 ข้อคือ การันตีบนคีย์เวิร์ดคำไหนบ้าง วัดจากเครื่องมืออะไรและวัดที่ตำแหน่งใด ในระยะเวลากี่เดือน และถ้าไม่ถึงเป้าจะชดเชยอย่างไรเป็นรูปธรรม ถ้าตอบทั้ง 4 ข้อไม่ได้ ให้ถือว่าข้อการันตีนั้นไม่มีน้ำหนัก ส่วนเรื่องกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลจริงๆ อ่านต่อได้ที่ ทำ SEO นานแค่ไหนถึงติดหน้าแรก
| ประเด็น | สัญญาที่ขายคำว่าการันตีอันดับ | สัญญาที่การันตีขอบเขตงาน |
|---|---|---|
| สิ่งที่ผูกพัน | ตำแหน่งบนหน้าค้นหาที่ระบบภายนอกตัดสิน | งานที่ส่งมอบและรายงานที่ตรวจสอบได้ |
| ความเป็นไปได้จริง | ควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ขึ้นกับอัลกอริทึมและคู่แข่ง | อยู่ในมือผู้ให้บริการ ทำได้จริงทุกเดือน |
| วิธีเลี่ยงความรับผิดที่พบบ่อย | เลือกคีย์เวิร์ดที่แทบไม่มีคนค้น หรือคำที่มีชื่อแบรนด์ | ไม่ต้องเลี่ยง เพราะวัดจากงานที่ส่งมอบตรงๆ |
| เวลาเกิดข้อพิพาท | เถียงกันว่าวัดอันดับจากเครื่องมือไหน ตำแหน่งใด | เปิดรายการส่งมอบเทียบกับสัญญาได้ทันที |
| ความเสี่ยงที่ตามมา | กดดันให้ใช้ทางลัดเพื่อให้ทันการันตี | ทำตามแผนได้ตามจังหวะที่ปลอดภัย |
KPI แบบไหนที่ควรเขียนลงในสัญญา
KPI ที่ควรอยู่ในสัญญาคือตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายเข้าถึงข้อมูลดิบได้เหมือนกันและนิยามได้ชัดว่านับอย่างไร โดยควรมีทั้งตัวชี้วัดฝั่งงานที่ส่งมอบและตัวชี้วัดฝั่งผลลัพธ์ประกอบกัน ไม่ใช่ใช้อันดับคีย์เวิร์ดเป็นตัวเดียว
เหตุผลที่ต้องมีสองฝั่งคือ ตัวชี้วัดฝั่งงานส่งมอบใช้ตรวจได้ทุกเดือนตั้งแต่เดือนแรกว่าจ่ายเงินไปแล้วได้อะไรกลับมา ส่วนตัวชี้วัดฝั่งผลลัพธ์ใช้ดูทิศทางระยะยาวว่างานที่ทำพาไปถูกทางหรือไม่ ถ้าใช้แต่ฝั่งผลลัพธ์อย่างเดียว 3 เดือนแรกจะไม่มีอะไรให้ตรวจเลย และถ้าใช้แต่ฝั่งงานส่งมอบอย่างเดียว ก็อาจได้บทความครบจำนวนแต่ไม่มีคนอ่านสักคน
อีกเรื่องที่ต้องเขียนให้ชัดคือนิยามของแต่ละตัวเลข เช่น คำว่า Lead หมายถึงการกดส่งฟอร์ม การกดโทร หรือการทักไลน์ นับเฉพาะที่มาจากช่องทางค้นหาธรรมชาติหรือรวมทุกช่องทาง และตัดรายการที่เป็นสแปมออกอย่างไร ถ้านิยามไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น รายงานเดือนที่สามจะกลายเป็นเวทีเถียงกันเรื่องวิธีนับแทนที่จะคุยกันเรื่องแผนงาน
- ฝั่งงานส่งมอบ: จำนวนบทความ จำนวนหน้าที่ปรับ จำนวนปัญหา Technical ที่แก้ จำนวนลิงก์ที่ได้จริง
- ฝั่งผลลัพธ์: Impression และคลิกจาก Search Console จำนวนคีย์เวิร์ดที่เข้าหน้าแรก Organic Session และ Conversion
- แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ระบุชื่อเครื่องมือและบัญชีที่ใช้ดึงตัวเลข ให้ทั้งสองฝ่ายเปิดดูได้
- ช่วงเวลาเทียบผล: กำหนดเดือนฐานตั้งต้นไว้ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้เทียบขึ้นลงได้จริง
- รอบรายงาน: วันที่ส่งรายงานแต่ละเดือน และช่องทางที่ใช้ส่ง
- การทบทวนแผน: กำหนดรอบประชุมทบทวนเป้าหมาย เช่น ทุก 3 เดือน
เงื่อนไขยกเลิกสัญญาและระยะผูกมัดต้องดูอะไรบ้าง
ต้องดู 3 เรื่องคือระยะผูกมัดขั้นต่ำกี่เดือน ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันจึงจะบอกเลิกได้ และถ้าเลิกกลางทางจะคิดเงินกันอย่างไร สัญญาที่ไม่มีทางออกให้ลูกค้าเลยคือสัญญาที่ควรขอแก้ก่อนเซ็น
ระยะผูกมัดขั้นต่ำไม่ใช่เรื่องเอาเปรียบเสมอไป งาน SEO ต้องใช้เวลาสะสมผล ผู้ให้บริการที่ทำงานจริงจังจึงมักขอความต่อเนื่องระดับหนึ่ง สิ่งที่ต้องดูคือความสมเหตุสมผลของตัวเลขและสิ่งที่ได้แลกมา ผูกมัด 6 เดือนโดยมีแผนงานรายเดือนชัดเจนนั้นต่างจากผูกมัด 12 เดือนที่จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าโดยไม่มีรายการส่งมอบกำกับ
จุดที่ต้องอ่านละเอียดคือค่าปรับเมื่อยกเลิกก่อนกำหนด บางสัญญาเขียนให้ชำระค่าบริการที่เหลือทั้งหมดทันที ซึ่งเท่ากับไม่มีทางออกจริง ที่ยุติธรรมกว่าคือจ่ายค่างานที่ทำไปแล้วตามจริงจนถึงวันมีผล บวกงวดถัดไปหนึ่งงวดเป็นระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า และควรมีข้อกำหนดฝั่งกลับกันด้วยว่าถ้าผู้ให้บริการไม่ส่งมอบตามขอบเขตติดต่อกัน ลูกค้าบอกเลิกได้โดยไม่เสียค่าปรับ
- ระยะผูกมัดขั้นต่ำกี่เดือน และเริ่มนับจากวันไหน
- ต้องแจ้งบอกเลิกล่วงหน้ากี่วัน แจ้งทางช่องทางใดจึงถือว่ามีผล
- สัญญาต่ออายุอัตโนมัติหรือไม่ ถ้าใช่ ต้องแจ้งไม่ต่อภายในกี่วัน
- ค่าปรับหรือค่าชดเชยเมื่อยกเลิกก่อนกำหนดคิดอย่างไร
- เงื่อนไขบอกเลิกฝั่งลูกค้าเมื่อผู้ให้บริการไม่ส่งมอบตามที่ตกลง
- ขั้นตอนส่งมอบงานคืนและปิดสิทธิ์เข้าถึงภายในกี่วันหลังจบสัญญา
ใครเป็นเจ้าของเว็บ เนื้อหา และลิงก์ เมื่อจบสัญญา
หลักที่ควรยึดคือทุกอย่างที่ผลิตขึ้นจากเงินค่าจ้างของคุณควรตกเป็นของคุณเมื่อชำระเงินครบ ทั้งบทความ รูปภาพ ไฟล์งาน โค้ดที่แก้ไข และข้อมูลในบัญชีวัดผล สัญญาต้องเขียนข้อนี้ไว้ตรงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นความเข้าใจกันเอง
จุดที่มักเป็นปัญหาคือกรณีผู้ให้บริการเป็นคนสร้างเว็บให้ด้วย แล้วโดเมนหรือโฮสต์ไปจดในชื่อของเขา เมื่อเลิกจ้างจึงย้ายเว็บออกไม่ได้ ทางแก้คือให้จดโดเมนในชื่อธุรกิจของคุณเองตั้งแต่วันแรก และระบุในสัญญาว่าจะส่งมอบสิทธิ์การจัดการทั้งหมดเมื่อจบงาน พร้อมกำหนดกรอบเวลาส่งมอบไว้ด้วย
อีกประเด็นที่ต้องคุยกันให้จบก่อนเซ็นคือลิงก์ที่ทำไว้ระหว่างสัญญา ควรระบุว่าเมื่อจบงานแล้วลิงก์เหล่านั้นยังคงอยู่หรือไม่ เพราะบางรูปแบบเป็นการเช่าพื้นที่รายเดือน เมื่อหยุดจ่ายลิงก์จะถูกถอดออกทันทีและอันดับที่พึ่งลิงก์ชุดนั้นอยู่ก็จะสั่นตาม สิ่งที่ควรได้รับคือรายงานรายการลิงก์ทั้งหมดพร้อม URL ปลายทาง เพื่อให้คุณตรวจได้เองว่าอะไรเป็นลิงก์ถาวรและอะไรเป็นลิงก์เช่า
ข้อสัญญาแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตราย
สัญญาณอันตรายที่พบบ่อยที่สุดคือสัญญาที่ระบุสิ่งที่ลูกค้าต้องจ่ายไว้ละเอียดมาก แต่ระบุสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องส่งมอบไว้แบบกว้างๆ ความไม่สมดุลนี้คือสัญญาณให้ขอแก้ก่อนลงชื่อ
ข้อที่ควรระวังเป็นพิเศษคือการรับเงินเต็มจำนวนล่วงหน้าเป็นปีโดยไม่มีรายการส่งมอบรายเดือนกำกับ เพราะเป็นการโอนความเสี่ยงมาไว้ที่ลูกค้าทั้งหมด และการปฏิเสธไม่ให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลดิบด้วยเหตุผลว่าเป็นความลับทางธุรกิจ ซึ่งฟังดูมีเหตุผลแต่ในทางปฏิบัติแปลว่าคุณตรวจงานเองไม่ได้เลยตลอดสัญญา
การเจอข้อเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายตั้งใจโกงเสมอไป หลายครั้งเป็นเพียงเทมเพลตเก่าที่ใช้ต่อกันมาโดยไม่มีใครอ่านทวน วิธีจัดการที่ดีคือส่งข้อที่ติดใจกลับไปพร้อมถ้อยคำที่คุณอยากให้เป็น แล้วดูปฏิกิริยา ผู้ให้บริการที่ทำงานตรงไปตรงมาจะยินดีแก้ให้ชัดขึ้น ส่วนคนที่บ่ายเบี่ยงหรือบอกว่าไม่จำเป็นต้องเขียนเพราะไว้ใจกันได้ คือคำตอบในตัวมันเอง
- การันตีอันดับหนึ่งแบบตายตัวโดยไม่มีเงื่อนไขและวิธีวัดกำกับ
- ขอบเขตงานเขียนลอยๆ ไม่มีจำนวน ไม่มีความถี่ ไม่มีรายการส่งมอบ
- เก็บเงินเต็มจำนวนล่วงหน้าระยะยาวโดยไม่มีเงื่อนไขคืนเงินหรือหยุดงาน
- ไม่ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของบัญชี Analytics และ Search Console
- ไม่มีข้อยกเลิกฝั่งลูกค้า หรือมีค่าปรับสูงจนออกไม่ได้จริง
- ไม่ยอมเปิดเผยประเภทและแหล่งที่มาของลิงก์ที่จะทำให้
- ห้ามลูกค้าตรวจสอบหรือให้บุคคลที่สามช่วยประเมินงาน
- ไม่มีข้อกำหนดว่าจะไม่ใช้เทคนิคที่เสี่ยงทำให้เว็บถูกลงโทษ
เช็กลิสต์อ่านทวนครั้งสุดท้ายก่อนเซ็น
ก่อนลงชื่อ ให้ไล่ตรวจ 10 ข้อนี้ทีละข้อ ถ้าตอบว่ามีครบทุกข้อคือเซ็นได้ ถ้ามีข้อใดตอบไม่ได้ ให้ถามให้ชัดก่อน อย่าเซ็นด้วยความเกรงใจ เพราะต้นทุนของการถามเพิ่มหนึ่งวันนั้นถูกกว่าการติดอยู่ในสัญญาที่ไม่เหมาะกับธุรกิจเป็นปี
อีกเรื่องที่แนะนำเสมอคือเก็บทุกอย่างที่คุยกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ใบเสนอราคา แผนงาน และข้อความที่ตกลงเพิ่มเติมระหว่างคุย ควรถูกอ้างถึงหรือแนบท้ายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา เพราะสิ่งที่พูดกันในที่ประชุมแต่ไม่ปรากฏในเอกสารนั้นแทบไม่มีน้ำหนักเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง
- ขอบเขตงานรายเดือนระบุเป็นจำนวนและความถี่ครบทุกหมวด
- มีรายการงานที่ไม่รวมในราคา พร้อมอัตราค่าบริการเสริม
- KPI มีทั้งฝั่งงานส่งมอบและฝั่งผลลัพธ์ พร้อมนิยามที่ชัด
- ระบุเครื่องมือและบัญชีที่ใช้ดึงตัวเลขรายงาน
- บัญชีวัดผลและโดเมนอยู่ในชื่อธุรกิจของคุณ
- ราคา ภาษี งวดชำระ และเงื่อนไขปรับราคาชัดเจน
- ระยะผูกมัด การต่ออายุ และวิธีบอกเลิกเขียนไว้ครบทั้งสองฝั่ง
- ระบุความเป็นเจ้าของเนื้อหา ไฟล์งาน และข้อมูลเมื่อจบสัญญา
- มีข้อกำหนดห้ามใช้เทคนิคเสี่ยง พร้อมความรับผิดชอบเมื่อเกิดผลกระทบ
- มีชื่อผู้ติดต่อหลัก ช่องทางสื่อสาร และกรอบเวลาตอบกลับ
สรุป สัญญาที่ดีคือสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบได้
สัญญาจ้างทำ SEO ที่ดีไม่ใช่สัญญาที่สัญญาผลลัพธ์ไว้สูงที่สุด แต่คือสัญญาที่เขียนสิ่งที่ควบคุมได้ไว้ให้ชัดที่สุด นั่นคืองานที่จะทำ วิธีวัดผล สิทธิ์ในบัญชีและงานที่ผลิตขึ้น และทางออกที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ถ้าอ่านเช็กลิสต์นี้แล้วพบว่าเอกสารที่มีอยู่ในมือยังขาดหลายข้อ นั่นไม่ใช่เหตุผลให้ล้มดีลทันที แต่เป็นรายการที่ควรเอาไปคุยกันให้จบก่อนเริ่มงาน ผู้ให้บริการที่มั่นใจในงานตัวเองมักไม่กลัวการเขียนให้ชัด เพราะความชัดเจนช่วยเขาไม่ให้ถูกคาดหวังเกินจริงเช่นกัน
ที่ SEONo1 เราเขียนขอบเขตงานและวิธีวัดผลไว้ในเอกสารตั้งแต่ก่อนเริ่ม และไม่รับปากเรื่องอันดับที่ไม่มีใครควบคุมได้ ดูขอบเขตงานจริงในแต่ละแบบได้ที่ บริการรับทำ SEO
คำถามที่พบบ่อย
01จ้างทำ SEO จำเป็นต้องมีสัญญาเป็นเอกสารไหม ใช้แค่ใบเสนอราคาได้หรือเปล่า+
ใช้ใบเสนอราคาได้ถ้างานมีขอบเขตเล็กและจบเป็นครั้งเดียว แต่ต้องระบุรายการส่งมอบ ราคา ระยะเวลา และเงื่อนไขยกเลิกให้ครบเหมือนสัญญา สำหรับงานรายเดือนที่ต่อเนื่องหลายเดือน ควรมีเอกสารที่ระบุสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ความเป็นเจ้าของงาน และวิธีบอกเลิกไว้ด้วย เพราะเป็นจุดที่เกิดข้อพิพาทบ่อยที่สุด
02สัญญา SEO ที่การันตีติดหน้าแรกไม่ติดคืนเงิน น่าเชื่อถือไหม+
ต้องอ่านเงื่อนไขแนบท้ายก่อนเสมอ ให้ถามว่าการันตีบนคีย์เวิร์ดคำใด วัดจากเครื่องมือไหน วัดที่ตำแหน่งใด ภายในกี่เดือน และคืนเงินเต็มจำนวนหรือคืนบางส่วน หลายกรณีการันตีบนคำที่แทบไม่มีคนค้นหรือคำที่มีชื่อแบรนด์อยู่ในนั้น ซึ่งเว็บของคุณก็ติดอยู่แล้วโดยไม่ต้องจ้าง จึงไม่มีคุณค่าทางธุรกิจจริง
03ควรผูกสัญญา SEO กี่เดือนถึงจะเหมาะสม+
ตลาดทั่วไปมักเริ่มประเมินกันที่ 3-6 เดือนเพราะ SEO ต้องใช้เวลาสะสมผล สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนเดือนคือมีแผนงานรายเดือนที่ตรวจสอบได้ และมีทางบอกเลิกที่เป็นธรรมหากผู้ให้บริการไม่ส่งมอบตามที่ตกลง ควรระวังสัญญาระยะยาวที่ต้องจ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้าโดยไม่มีรายการส่งมอบกำกับ
04ถ้าเลิกสัญญาแล้ว บทความและ Backlink ที่ทำไว้ยังเป็นของเราไหม+
บทความ รูปภาพ และไฟล์งานที่ผลิตจากค่าจ้างของคุณควรตกเป็นของคุณเมื่อชำระเงินครบ และต้องเขียนไว้ในสัญญาให้ชัด ส่วน Backlink ขึ้นกับรูปแบบที่ทำ ลิงก์บางประเภทเป็นการเช่าพื้นที่รายเดือนซึ่งจะถูกถอดออกเมื่อหยุดจ่าย จึงควรขอรายการลิงก์ทั้งหมดพร้อม URL เพื่อแยกให้ออกว่าอะไรถาวรและอะไรเป็นลิงก์เช่า
05ต้องให้บริษัท SEO เข้าถึงเว็บไซต์และบัญชี Google ระดับไหน+
ให้เท่าที่จำเป็นต่อการทำงานและใช้บัญชีผู้ใช้แยกสำหรับทีมที่รับงาน โดยบัญชี Google Analytics, Search Console และ Tag Manager ต้องเปิดในชื่อธุรกิจของคุณเองแล้วเชิญเขาเข้ามาเป็นผู้ใช้ ไม่ใช่ให้เขาเปิดในชื่อตัวเอง พร้อมเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นและระบุในสัญญาว่าจะปิดสิทธิ์ทั้งหมดภายในกี่วันหลังจบงาน

