OUR SERVICES

บริการที่แก้ปัญหา Search Marketing ได้ครบวงจร

เลือกเริ่มจากจุดที่เป็นคอขวดจริงของเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง Content, Authority หรือแคมเปญโฆษณา

SEO FULL SERVICE

รับทำ SEO แบบวางระบบทั้งเว็บไซต์

วิเคราะห์คีย์เวิร์ด คู่แข่ง โครงสร้างเว็บ เนื้อหา Technical SEO และ Off-page เพื่อสร้าง Organic Traffic ที่เชื่อมกับเป้าหมายธุรกิจจริง

  • Keyword & Competitor Research
  • On-page + Technical SEO
  • Off-page & Social Signals
เริ่ม 15,000 บาท/เดือน
OFF-PAGE SEO

รับทำ Backlink และวาง Link Profile

ออกแบบชุดลิงก์ Tier 1, Tier 2, Brand Mention และ Social Signals ให้เหมาะกับสภาพเว็บไซต์เดิม โดยเน้นความเกี่ยวข้องและความหลากหลาย

  • ตรวจ Link Profile เดิม
  • วาง Anchor Text Mix
  • Tier 1 / Tier 2
เริ่ม 1,999 บาท
PAID SEARCH

รับทำ Google Ads เน้นยอดติดต่อ

ตั้งค่าและดูแล Search Campaign ตั้งแต่ Keyword, Negative Keyword, Ad Copy, Conversion Tracking ไปจนถึงการปรับงบตามข้อมูลจริง

  • วาง Campaign Structure
  • Keyword & Negative Keyword
  • Conversion Tracking
3,500 บาท/เดือน
TECHNICAL & CONTENT

ตรวจ SEO Audit พร้อมแผนแก้ไข

ตรวจ Crawl, Index, Canonical, Core Web Vitals, Internal Link, Content Gap และความเสี่ยงจาก URL เก่า พร้อมจัดลำดับงานให้ทีมลงมือได้จริง

  • Technical Crawl
  • Indexation Review
  • Content & Internal Link
ประเมินตามขนาดเว็บไซต์

บริการทำ SEO ระดับ Premium — จากการไล่อันดับ สู่การเป็น "คำตอบ" ของทั้ง Google และ AI

บริการ SEO ของ SEONo1 ไม่ได้หยุดแค่การทำให้เว็บติดอันดับบน Google แต่ครอบคลุมถึงการทำให้ธุรกิจของคุณถูกหยิบไปเป็นคำตอบใน AI Overview, Featured Snippet และคำตอบของแชตบอตอย่าง ChatGPT, Gemini และ Perplexity ด้วยแนวทาง AEO (Answer Engine Optimization) และ GEO (Generative Engine Optimization) ที่ฝังอยู่ในงานทุกชิ้น ตั้งแต่ SEO Audit ฉบับเต็ม ไปจนถึงการวางโครงสร้างเนื้อหาและ Schema Markup ทั้งเว็บ

แบนเนอร์บริการทำ SEO ระดับ Premium ของ SEONo1
แบนเนอร์บริการ SEO ระดับพรีเมียมของเรา — คำว่า "ผู้เชี่ยวชาญจาก CPALL" อ้างอิงประสบการณ์ผู้ก่อตั้งที่เคยทำงานประจำตำแหน่ง SEO Specialist ที่ CPALL

เหตุผลที่เราออกแบบบริการแบบนี้ตรงไปตรงมา: พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ใช้จำนวนมากถามคำถามกับ AI และได้คำตอบโดยไม่เปิดหน้าเว็บสักหน้า เว็บที่ทำ SEO แบบเดิมอย่างเดียว — ไล่คีย์เวิร์ด ปั๊มบทความ — จะค่อยๆ มองไม่เห็นตัวเองในสนามใหม่นี้ ส่วนเว็บที่วางโครงสร้างเนื้อหาให้ ทั้งคนอ่านรู้เรื่องและเครื่องอ่านเข้าใจ จะได้เปรียบสองต่อ คือติดอันดับแบบเดิมด้วย และถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI ด้วย

SEO Audit ฉบับเต็ม (Full Version) ตรวจลึกแค่ไหน?

SEO Audit ฉบับเต็มของเราตรวจ 5 ชั้น: Crawl & Index, Canonical & Duplicate, On-page & Structured Data, โครงสร้างเว็บ & Internal Link และ Performance แล้วสรุปเป็นแผนงานเรียงตามผลกระทบ (Prioritized Action Plan) ให้ทีมพัฒนาและทีมคอนเทนต์ลงมือได้ทันที — ไม่ใช่รายงานยาวเหยียดที่อ่านจบแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

ชั้นเทคนิค: Crawl, Index, Canonical และ Core Web Vitals

เราตรวจว่า Googlebot และ AI crawler เข้าถึงและเก็บหน้าสำคัญครบหรือไม่ มีหน้าขยะรั่วเข้า index กิน crawl budget หรือเปล่า สัญญาณ canonical ชี้ขัดกันเองตรงไหน ไปจนถึงความเร็วโหลดและ Core Web Vitals (LCP, CLS, INP) จากข้อมูลผู้ใช้จริง เพราะปัญหาชั้นนี้คือเพดานที่กดทุกอย่างไว้ — ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน ถ้า Google เก็บหน้าไม่ครบก็ไม่มีวันติดอันดับ

ชั้นเนื้อหา: Search Intent, Content Gap และ Internal Link

ถัดมาคือการไล่ดูว่าเนื้อหาแต่ละหน้า ตอบ Search Intent จริงหรือแค่มีคีย์เวิร์ด มีคีย์เวิร์ดกินกันเอง (Cannibalization) ไหม หน้าไหนเป็น Orphan Page ที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้เข้า และ Internal Link ส่งน้ำหนักไปหน้าเงินถูกทางหรือเปล่า ชั้นนี้คือจุดที่เว็บส่วนใหญ่เสียโอกาสเงียบๆ เพราะบทความเยอะแต่โครงสร้างไม่เชื่อมกัน อ่านวิธีตรวจเบื้องต้นเองได้ที่ Technical SEO Checklist ฉบับตรวจเองได้

ชั้นความพร้อมสำหรับ AI: Schema, โครงสร้างคำตอบ และการเข้าถึงของ AI Crawler

ชั้นที่ Audit ทั่วไปมักไม่ตรวจแต่เราตรวจ: หน้าเว็บมี Structured Data ครบตามชนิดหน้าไหม (Organization, Service, Article, FAQPage, BreadcrumbList) ย่อหน้าแรกของแต่ละหัวข้อ สรุปคำตอบให้เครื่องดึงไปใช้ได้เลยหรือเปล่า และไฟล์อย่าง robots.txt กับ llms.txt เปิดทางให้ AI crawler ที่ต้องการหรือยัง — ทั้งหมดนี้คือรากฐานของการถูกอ้างอิงใน AI Overview และคำตอบของแชตบอต

AEO (Answer Engine Optimization) คืออะไร ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้?

AEO คือการปรับเนื้อหาให้ถูกเลือกไปเป็น "คำตอบ" โดยตรง ไม่ว่าจะใน Featured Snippet, People Also Ask, AI Overview หรือคำตอบของผู้ช่วย AI — ต่างจาก SEO เดิมที่วัดกันที่อันดับลิงก์ AEO วัดกันที่ ใครถูกหยิบไปตอบ ซึ่งมีที่ว่างน้อยกว่าหน้าผลการค้นหาแบบเดิมมาก ใครวางโครงสร้างก่อนจึงได้เปรียบแบบทบต้น

ในทางปฏิบัติ เราทำ AEO ให้ลูกค้าด้วยการตั้งหัวข้อเป็นคำถามที่คนถามจริง (ดึงจาก People Also Ask, คำค้นเสียง และคำถามที่ลูกค้าพิมพ์หาแบรนด์) แล้วตอบให้จบใน 1-2 ประโยคแรกใต้ทุกหัวข้อก่อนค่อยขยายรายละเอียด เสริมด้วย FAQPage Schema ให้เครื่องจับคู่คำถาม-คำตอบได้แม่นยำ แนวทางฉบับเต็มอ่านได้ที่ AEO คืออะไร ทำอย่างไรให้ AI เลือกเราเป็นคำตอบ

GEO (Generative Engine Optimization) ต่างจาก SEO เดิมอย่างไร?

GEO คือการทำให้ Generative AI ดึงข้อมูลจากเว็บเราไปประกอบคำตอบพร้อมเครดิตอ้างอิง จุดต่างสำคัญคือ AI ไม่ได้จัดอันดับลิงก์ 10 ตำแหน่งแบบ Google แต่สังเคราะห์คำตอบจากหลายแหล่งแล้วเลือกอ้างอิงเฉพาะแหล่งที่เชื่อถือได้ เกณฑ์ที่ AI ใช้เลือกจึงเอียงไปทางความชัดเจนของข้อมูล: ตัวเลขที่ระบุช่วงเวลากำกับ คำนิยามที่ยกไปใช้ได้ทั้งประโยค โครงสร้างหัวข้อที่แยกประเด็นเด็ดขาด และตัวตนธุรกิจ (Entity) ที่สม่ำเสมอทั้งเว็บ

งาน GEO ของเราจึงรวมตั้งแต่การเขียน ย่อหน้านำที่สรุปทั้งหน้า ให้ AI ยกไปตอบได้ทันที การทำข้อมูลบริษัท ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และ Organization Schema ให้ตรงกันทุกจุด ไปจนถึงการเปิดไฟล์ llms.txt ให้โมเดล AI รู้จักโครงสร้างเว็บ — เว็บที่ทำ GEO ครบจะยังมีตัวตนแม้ในวันที่ผู้ใช้ถาม AI แทนการเปิด Google

AI Overview เปลี่ยนหน้าค้นหาไปแค่ไหน แล้วธุรกิจต้องปรับอะไร?

AI Overview คือกล่องคำตอบที่ Google สร้างด้วย AI แสดงเหนือผลการค้นหาปกติ ทำให้คำค้นเชิงข้อมูลจำนวนมากจบโดยไม่มีการคลิก ธุรกิจจึงต้องปรับสองทางพร้อมกัน: ทางแรกคือทำเนื้อหาให้ ถูกหยิบเข้าไปอยู่ในกล่องนั้น พร้อมลิงก์อ้างอิงกลับมาที่เว็บ ทางที่สองคือย้ายน้ำหนักไปที่คำค้นเชิงธุรกรรมและหน้า Conversion — หน้าบริการ ราคา รีวิว เคสผลงาน — ที่ผู้ใช้ยังต้องคลิกเข้ามาดูของจริงก่อนตัดสินใจ ซึ่ง AI แทนไม่ได้

สิ่งที่เราย้ำกับลูกค้าเสมอ: ไม่มีใครการันตีการติดอันดับหรือการถูกแสดงใน AI Overview ได้ เพราะทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของ Google สิ่งที่ควบคุมได้คือการวางโครงสร้างเนื้อหา สัญญาณความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T) และข้อมูลเชิงเทคนิคให้ครบตามเกณฑ์ที่ระบบใช้เลือกมากที่สุด อ่านผลกระทบเชิงลึกและวิธีรับมือได้ที่ AI Overview กระทบ SEO อย่างไร

Schema Markup — ภาษาที่ทั้ง Google และ AI อ่านรู้เรื่อง

Schema Markup (Structured Data) คือโค้ด JSON-LD ที่บอกเครื่องจักรว่าหน้านี้คืออะไรแบบไม่ต้องตีความ ธุรกิจชื่ออะไร ให้บริการอะไร ราคาช่วงไหน คำถามที่พบบ่อยมีอะไร บทความเขียนเมื่อไหร่โดยใคร — ข้อมูลพวกนี้ทำให้เว็บมีสิทธิ์แสดงผลแบบ Rich Result (ดาวรีวิว, FAQ, Breadcrumb) และช่วยให้ระบบ AI จับคู่ธุรกิจกับคำถามของผู้ใช้ได้แม่นขึ้น

บนเว็บลูกค้า เราวาง Schema เป็นระบบตามชนิดหน้า: Organization สำหรับตัวตนธุรกิจ, Service สำหรับหน้าบริการ, Article สำหรับบทความ, FAQPage สำหรับส่วนคำถาม-คำตอบ และ BreadcrumbList บอกตำแหน่งหน้าในโครงสร้างเว็บ — หน้าที่คุณอ่านอยู่นี้ก็ใส่ครบทุกตัวเป็นตัวอย่างจริง รายละเอียดเชิงเทคนิคอ่านต่อได้ที่ Schema Markup คืออะไร ใส่อย่างไรให้ถูก

สรุป: เลือกเริ่มจากบริการไหนดี?

ถ้าไม่แน่ใจว่าปัญหาเว็บอยู่ตรงไหน ให้เริ่มจาก SEO Audit เพื่อวินิจฉัยก่อนเสมอ — จะได้ไม่เสียงบแก้ผิดจุด จากนั้นค่อยต่อยอดตามอาการ: โครงสร้างและเนื้อหาอ่อนใช้ SEO Full Service, Authority ต่ำกว่าคู่แข่งเสริมด้วยชุด Backlink, ต้องการลูกค้าเร็วระหว่างรอผลสะสมใช้ Google Ads ควบคู่ หรือถ้าอยากเช็คสุขภาพเว็บด้วยตัวเองก่อน ใช้เครื่องมือเช็ค SEO ฟรีของเราได้เลย แล้วส่งผลมาคุยกันได้ — ประเมินแนวทางเบื้องต้นให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ดูราคาทุกบริการที่หน้าแพ็กเกจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการ SEO ยุค AI

AEO กับ SEO ต่างกันอย่างไร?

SEO คือการทำให้เว็บติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาเพื่อให้คนคลิกเข้าเว็บ ส่วน AEO (Answer Engine Optimization) คือการทำให้เนื้อหาของเราถูกเลือกไปเป็น "คำตอบ" โดยตรง ทั้งใน Featured Snippet, AI Overview และคำตอบของแชตบอตอย่าง ChatGPT หรือ Gemini หัวใจของ AEO คือการตอบคำถามให้ชัดตั้งแต่ย่อหน้าแรก จัดโครงสร้างหัวข้อเป็นคำถามจริงของผู้ใช้ และใส่ Schema ให้เครื่องอ่านเข้าใจ ทั้งสองอย่างไม่ได้แทนกันแต่ต้องทำคู่กัน

GEO (Generative Engine Optimization) คืออะไร?

GEO คือการปรับเนื้อหาและโครงสร้างเว็บให้ Generative AI เช่น ChatGPT, Gemini, Perplexity ดึงข้อมูลจากเว็บเราไปประกอบคำตอบพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา วิธีทำหลักๆ คือเขียนย่อหน้านำที่สรุปทั้งหน้าในไม่กี่ประโยค ให้ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ระบุตัวเลข ช่วงเวลา และแหล่งอ้างอิงชัดเจน รวมถึงเปิดให้ AI crawler เข้าถึงเว็บได้ เว็บที่ทำ GEO ดีจะยังได้ตัวตนและ traffic แม้ผู้ใช้เริ่มค้นหาผ่าน AI แทนหน้า Google เดิม

AI Overview ทำให้คนคลิกเข้าเว็บน้อยลงจริงไหม?

จริงสำหรับคำค้นเชิงข้อมูลทั่วไป เพราะผู้ใช้จำนวนมากได้คำตอบจากกล่อง AI โดยไม่ต้องคลิก แต่คำค้นเชิงธุรกรรม เช่น หาผู้ให้บริการ เทียบราคา หรือรีวิวก่อนซื้อ ผู้ใช้ยังคลิกเข้าเว็บเพื่อดูรายละเอียดอยู่ ทางรับมือคือทำเนื้อหาให้ถูกหยิบไปแสดงใน AI Overview พร้อมลิงก์อ้างอิงกลับมาที่เว็บ และเน้นหน้า Conversion ที่ AI แทนไม่ได้ เช่น หน้าบริการ ราคา และเคสผลงานจริง

Schema Markup จำเป็นแค่ไหน ถ้าไม่ใส่จะเสียโอกาสอะไร?

Schema Markup ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้อันดับพุ่งโดยตรง แต่เป็นภาษากลางที่ทำให้ Google และ AI เข้าใจว่าหน้านั้นคืออะไร ธุรกิจชื่ออะไร ราคาเท่าไหร่ รีวิวกี่ดาว คำถาม-คำตอบมีอะไรบ้าง ถ้าไม่ใส่ เว็บจะเสียโอกาสแสดงผลแบบ Rich Result เช่น ดาวรีวิว, FAQ, Breadcrumb บนหน้าค้นหา และถูกระบบ AI ตีความเนื้อหาผิดหรือมองข้ามได้ง่ายกว่าเว็บคู่แข่งที่ใส่ครบ

SEO Audit ฉบับเต็มกับเครื่องมือเช็ค SEO ฟรี ต่างกันตรงไหน?

เครื่องมือฟรีสแกนหน้าเดียวและบอกอาการเบื้องต้น เช่น title ยาวไป รูปไม่มี alt เหมาะกับการเช็คสุขภาพเร็วๆ ส่วน SEO Audit ฉบับเต็มจะ crawl ทั้งเว็บเทียบกับข้อมูลจริงจาก Search Console เพื่อหาสาเหตุเชิงระบบ เช่น canonical ชี้ขัดกัน, crawl budget รั่ว, คีย์เวิร์ดกินกันเอง แล้วส่งมอบเป็นแผนงานเรียงตามผลกระทบว่าต้องแก้อะไรก่อน-หลัง พร้อมเหตุผลและตัวอย่าง URL จริง

ต้องใช้บริการทั้งหมดพร้อมกันไหม หรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้?

เลือกเริ่มจากจุดที่เป็นคอขวดจริงได้เลย เว็บที่ไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหนควรเริ่มจาก SEO Audit เพื่อวินิจฉัยก่อน เว็บที่โครงสร้างดีแต่ Authority ต่ำเหมาะกับชุด Backlink เว็บที่ต้องการลูกค้าเร็วระหว่างรอ SEO สะสมผลใช้ Google Ads ควบคู่ ส่วนธุรกิจที่ต้องการระบบระยะยาวครบทุกด้านจึงค่อยใช้ SEO Full Service ทีมเราจะช่วยประเมินให้ฟรีก่อนตัดสินใจ

START WITH THE RIGHT PROBLEM

ส่งเว็บไซต์มาให้เราประเมินก่อน

บอกเป้าหมาย งบประมาณ และปัญหาที่เจอ ทีมจะช่วยแยกว่าควรเริ่มจาก SEO, Backlink, Technical Audit หรือ Google Ads

โทรหาเราLINE @SeoNo1