แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Jessicas

หน้า: [1] 2 3 ... 21
1
ธุรกิจ งาน / STOCKFOCUS: จับตาหุ้นเด่นวันนี้
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 20:00 »
-นสพ.รายงาน หุ้นไอพีโอน้องใหม่ [pr] "เฮลท์ลีด" หรือ HL ลั่นระฆังเทรดวันนี้ (3 ธ.ค.) ชูจุดแข็งร้านขายยาค้าปลีกในรูปแบบ Chain Drug Store รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai และมีความสามารถทำกำไรสูง ประเมิน 3 ปีโตแรง จากแผนขยายสาขา ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ยันกอดหุ้นแน่น มั่นใจอนาคตโตยั่งยืน โบรกฯ ประเมินราคาพื้นฐาน 13-15 บาท

*TRUE

-นสพ.รายงาน เปิดโมเดลสู่น่านน้ำใหญ่โลกดิจิทัล ประกาศบุกทุกเมกะเทรนด์ดิจิทัล เหรียญดิจิทัล METAVERSE ระบบอีวี การแพทย์ ขนส่ง การเกษตร พร้อมเป็น บริษัทเทคนำเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ เดินหน้าโมเดลสตาร์ทอัพตัวใหญ่ พร้อมเป็นแพลตฟอร์ม ชูโอกาสมหาศาล กินตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ

ADVERTISEMENT


*LH

-นสพ.รายงาน วางกลยุทธ์ปี 2565 ขานรับมาตรการช่วยเหลือภาครัฐ-ธปท. เน้นโครงการแนวราบ ทำเลศักยภาพ มั่นใจผลงานปีหน้าดีกว่าปีนี้ ชูโรงแรม-พื้นที่เช่าหนุน เล็งหาโอกาสการลงทุนทั้งใน-ต่างประเทศ

*MVP

-นสพ.รายงาน เตรียมปรับโหมดธุรกิจสู่เทคโนโลยีเต็มตัว ชงบอร์ดธันวาคมนี้ ลั่นสัดส่วนรายได้เกิน 50% บอสใหญ่ เล็งใช้บล็อกเชนจัดอีเวนต์อัพยอด ส่องทิศทางอนาคตสดใส กระแสตอบรับโลกใหม่ดี ด้านธุรกิจรถบ้าน อัตราเข้าพักเต็ม 100%

*FN

-นสพ.รายงาน รุกออนไลน์ปั๊มยอดขาย เตรียมขายผลิตภัณฑ์กัญชงกลางธันวาคมนี้ คาดสร้างรายได้ 5-10 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าใหม่เพิ่ม ซุ่มเจรจาขยายลงทุนเจาะตลาดต่างประเทศ คาดชัดเจนไตรมาส 1/2565

*SOLAR

-นสพ.รายงาน ยกเครื่องธุรกิจ เร่งลดต้นทุน-ต่อยอดธุรกิจ หวังดันผลงานเทิร์นอะราวด์ วางเป้าปี 2565 รายได้แตะ 1 พันล้านบาท หลังจ่อหวนเปิดโรงงาน-ขยายงาน-เพิ่มสินค้านวัตกรรมใหม่ เปิดช่องรับทรัพย์เต็มสูบ แถมลุ้นผู้ถือหุ้นใส่เงินเพิ่มทุน หนุนธุรกิจผงาดอีกครั้ง

*CWT

-นสพ.รายงาน เดินเกม New S-Curve แย้มศึกษาและพัฒนาโครงการรถบัสไฟฟ้า (EV BUS) เผยอยู่ระหว่างเตรียมรถต้นแบบ คาดเห็นความร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ปี 2565 คาดเริ่มมีรายได้ตั้งแต่ปี 2565 หนุนผลงานเติบโตต่อเนื่อง เล็งได้ PPA โรงไฟฟ้าขยะ 1 แห่ง พร้อมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนเพิ่ม ส่วนผลงานไตรมาส 4/2564 โตกว่าไตรมาส 3/2564 ส่วนปีนี้รายได้โต 20%

*ANAN

-นสพ.รายงาน รุกธุรกิจบล็อกเชนเต็มรูปแบบ จับมือ บิทคับ เปิดตัว ZillaSpace บล็อกเชน ใช้เปลี่ยนโมเดลธุรกิจอสังหา ปฏิวัติการใช้พื้นที่รายแรกของวงการ หวังใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน พร้อมให้บริการแล้ว

*TOG

-นสพ.รายงาน ออเดอร์ไหลเข้าทะลัก หลังขยายตลาดใหญ่สหรัฐ-ยุโรป การตอบรับดี หนุนยอดขายปี 2565 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% พร้อมเดินหน้าเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่ หวังสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่หวั่นโควิด-19 เชื่อหลายประเทศรับมือได้ มั่นใจรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น-อัตรากำไรสุทธิยืนเหนือ 31% และ 7-8% ได้ไม่ยาก ส่งซิกผลงานโค้งสุดท้ายปีนี้ทำนิวไฮ

*AMATAV

-นสพ.รายงาน เร่งโอนที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ฮาลอง เฟสแรก ราว 75 ไร่ ให้ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมความคืบหน้าปิดดีลขายโรงงาน 33 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะชิตี้ เบียนหัว ที่คาดว่าเงินมัดจำจะได้ภายในปีนี้ และทยอยโอนไตรมาส 1/2565 ย้ำเวียดนามมีอนาคตยังเดินหน้าพัฒนา นิคมฮาลอง เฟส 2 พื้นที่ 750 ไร่ และตั้ง JV พัฒนานิคมพื้นที่ 625 ไร่ในจังหวัดกว๋างนิญ

*LALIN

-นสพ.รายงาน ชูแผนปี 2565 ยังเน้นตลาดเรียล ดีมานด์ เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 9-10 โครงการ มูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท จัดงบซื้อที่ดิน 1,200 ล้านบาทต่อปี ด้านผลงานปีนี้เคาะยอดขาย 7,000 ล้านบาท ตุน Backlog 1,100-1,200 ล้านบาท

*TOA

-นสพ.รายงาน วางเป้าปี 65 รายได้โต 10% ชูยอดขายในไทยและต่างประเทศฟื้น ลุยออกผลิตภัณฑ์ใหม่กระตุ้นยอดขาย ส่วนปีนี้ยันรายได้เพิ่มขึ้น 5% คาดผลงานไตรมาส 4/64 ดีกว่าไตรมาส 3/64 ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์สีนวัตกรรมใหม่ "TOA Organic Care"

2
คลินิกเชียงใหม่ [pr] KAYA Alternative Polyclinic สถานพยาบาลรักษา ออฟฟิศซินโดรม ลดหุ่น เชียงใหม่
บริการของมีดังนี้ ออฟฟิศซินโดรม, ลดหุ่นด้วยการฝังเข็ม, กายภาพบำบัด, ฝังเข็ม, ครอบแก้ว, เพิ่มความสูง, รักษาอาการปวด, ยาสมุนไพรจีน, และก็โปรแกรมอื่นๆอีกมากมาย

KAYA Alternative Polyclinic โทร. 063-525-2596, 052-001-065





คลินิกออฟฟิศซินโดรม [pr] ลดอาการปวด อย่าปล่อยให้อาการปวดมาคอยกวนใจ





คลินิกลดความอ้วน [pr] ด้วยศาสตร์การฝังเข็ม รวมทั้งยังมีบริการครอบแก้ว และอื่น ๆ อีกมากมาย



3
    บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX มีแนวโน้มสดใสต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวสูง พร้อมกับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น [pr]ที่จะเพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าแบรนด์ของตัวเอง รวมถึงการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสินค้า IT มือสองที่ช่วยหนุนผลการดำเนินงานในระยะยาวโดยประเมินรายได้ไตรมาส 4 ปี 2564 จะขยายตัวสูง และทำสถิติสูงสุดใหม่ จากยอดขายสินค้า Apple ที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล เพิ่ม exclusive brand เช่น RAZER และเพิ่มจุดให้บริการ service centerขณะเดียวกันคาดรายได้กลุ่ม Gaming ปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 5.0 พันล้านบาท จากงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท และในปี 2563 อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท ส่วนในปี 2565 จะขยายตัวตามอุตสาหกรรม Gaming ในไทยที่เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มแบรนด์และประเภทสินค้า Game consoleนอกจากนี้บริษัทเตรียมขายสินค้า own brand ในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยเริ่มจากสินค้ากลุ่ม accessories ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น (ปกติสินค้า accessories จะมี GPM double digit สูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทที่ 5%)ขณะที่ SWOPMART จะ official launch ในเดือน ม.ค. 2565 โดยช่วงแรกรายได้จะต่ำ เนื่องจากยังไม่คิด transaction fee เพื่อเพิ่มการรับรู้ และการใช้งานของ user ขณะที่ระยะยาวมีโอกาสที่จะขยายตัวจากการนำเสนอขายประกันสินค้า และให้บริการสินค้าเงินผ่อนด้าน บล.เคทีบีเอสที คงประมาณการกำไรปกติ (ไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) ปี 2564 อยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และปี 2565 อยู่ที่ 952 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเป็ นผลของรายได้ที่กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 16-19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้า และลงทุนระบบ IT เพื่อรองรับ work & learn from anywhere สถานการณ์สินค้าที่ขาดตลาดเริ่มกลับมาดีขึ้น และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนสินค้า Gaming ที่เพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับสูง รวมทั้งเริ่มรับรู้รายได้จาก SWOPMART รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.6%/4.7% จากความต้องการสินค้า IT ที่สูงกว่า supply สินค้า และการเพิ่มสัดส่วนรายได้ non-mobile และ own brand ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ด้านผลการดำเนินงานปกติไตรมาส 4 ปี 2564คาดจะขยายตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ซึ่งจากยอดขาย iPhone และ iPad ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ iPad mini 6 ที่กลับมาเปิดตัวในรอบ 2 ปี ทำให้มีความต้องการสินค้าที่สูง และไม่เพียงพอต่อการจำหน่ายพร้อมด้วยประเมินว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 2564-2566 core EPS CAGR +24% โดยได้รับผลบวกจากยอดขาย และการลงทุนด้าน IT ที่จะยังอยู่ในระดับสูง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน และชีวิตประจำวันให้เป็น smart environment รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาวที่จะปรับตัวดีขึ้นผลดังกล่าวคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 36.00 บาท….ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    [list=1]
    • บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 326,355,876 หุ้น 38.51%
    • King’s Eye Investments Ltd. 296,450,000 หุ้น 34.99%
    • BNP PARIBAS HONG KONG BRANCH 42,489,513 หุ้น 5.01%
    • บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 16,112,936 หุ้น 1.90%
    • กองทุนเปิด เคเคพี หุ้นระยะยาวปันผล 9,996,900 หุ้น 1.18%
    รายชื่อกรรมการ
    [list=1]
    [list=1]
    • นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการ
    • น.ส.สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
    • นายชู วู ตู กรรมการ
    • นายพุฒิพันธ์ เตยะราชกุล กรรมการ
    • นายตู ซู เฉวียน กรรมการ
    [/list]

    4

    นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (SCB CIO) เปิดเผยว่า ไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน เป็นสิ่งยืนยันความจริงที่ว่า โควิด-19 จะยังอยู่กับทุกคนไปอีกนาน และมีความเป็นไปได้ที่จะมีไวรัสกลายพันธุ์อื่นๆ เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป ดั่งเช่น สายพันธุ์ที่พบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ อัลฟา และ เดลต้า ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และ มีการเตรียมความพร้อมเพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้รองรับกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ

    ทั้งนี้คาดว่า ตลาดการลงทุนในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า [pr] ยังมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงเรื่องไวรัสกลายพันธุ์ โดยเฉพาะในระหว่างที่กำลังรอผลการศึกษาของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนหลายแห่งว่า วัคชีนที่ใช้กันในปัจจุบันจะยังมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอนได้หรือไม่ และความรุนแรงของผู้ป่วยจะมากหรือน้อยกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีการแพร่ระบาดก่อนหน้านี้ ขณะที่ประเด็นในเชิงลบจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสไปยังประเทศต่างๆในช่วง 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะมีการออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดได้อย่างรวดเร็วก็ตาม แต่ความกังวลก็ยังคงมีอยู่ จากการที่ไวรัสกลายพันธุ์นี้ มีแนวโน้มที่จะติดต่อกันได้ง่ายกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ

    สำหรับปัจจุบันนักลงทุนจะยังคงมีความกังวลต่อประเด็นการพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก (panic) จนเกินไป เนื่องจากข้อมูลความรู้ในประเด็นนี้ยังมีไม่มากเท่าไรนัก โดยตลาดฯ จะมีการคาดการณ์ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบจนกว่า ตลาดฯ จะได้รับการยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า ดังนั้น ตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปัจจุบันมี valuation ค่อนข้างแพง และ อยู่ในช่วงใกล้ปลายปีที่กิจกรรมการซื้อขาย (trading activity) จะลดลงอยู่แล้ว ประกอบกับเข้าใกล้เทศกาลวันหยุด จึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ (side way) และจะได้รับแรงกดดัน เรื่อง downside มากกว่า upside โอกาสที่ตลาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง จึงเป็นไปได้อย่างจำกัด

    SCB CIO ประเมินสมมติฐาน เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุน เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์นี้เป็น 2 กรณี ดังนี้

    1.กรณีเลวร้าย (Worse case) เกิดขึ้นในกรณีที่หากผลการศึกษา พบว่า วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถป้องกัน ไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อโควิดซ้ำในคนที่ได้รับวัคซีน ครบทั้ง 2 โดสแล้วในวงกว้างได้ นั่นหมายความว่า การฉีดวัคซีนทั่วโลกจะต้องเริ่มต้นกันใหม่หรือไม่ แม้ว่าจะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะวัคซีนที่ประชากรโลกได้รับไปแล้วสามารถลดอัตราการเสียชีวิต หรือ หลีกเลี่ยงจากอาการป่วยหนักได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการกลับมาติดเชื้ออีกครั้ง ส่งผลให้ ประเทศต่างๆ จะกลับมาดำเนินมาตการป้องกันการแพร่กระจายไวรัสกันอีกรอบ เช่น Social distancing แบบเข้มข้น การปิดประเทศเป็นบางส่วน (partial lock down) โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง หรือกำลังความสามารถในการรับมือด้านสาธารณสุขไม่เพียงพอ



    “รองโฆษกรัฐบาล” ยัน “โอไมครอน” ยังไม่เข้าไทย พร้อมจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด



    จัดกลยุทธ์ลงทุนเดือนธ.ค. เคาะ 6 หุ้น “ท็อปพิค” กำไรปี 64-65 โตแกร่ง


    โดยการพัฒนาและการระดมการฉีดวัคซีนใหม่จะรวดเร็วมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการพัฒนาต่อยอดของวัคซีนในรุ่นปัจจุบัน และระบบสาธารณสุขมีความชำนาญในการแจกจ่ายวัคซีนในวงกว้างแล้ว ซึ่ง SCB CIO ประมินว่า น่าจะใช้ระยะเวลารวมทั้งสิ้น 145 วัน โดยใช้ระยะเวลา 45 วัน ในการพัฒนาวัคซีน และใช้ระยะเวลา 100 วัน ในการกระจาย และ ฉีดวัคซีนใหม่ให้อยู่ในระดับที่ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้

    ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบอีกรอบ โดยเฉพาะในภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร การท่องเที่ยว การเดินทาง เป็นต้น ห่วงโซ่การผลิต (Supply chain) จะกลับมาถูกกระทบอีกครั้ง เพราะ การปรับโครงสร้าง supply chain ของประเทศต่างต้องใช้เวลา ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อน่าจะปรับตัวลดลงได้ จากอุปสงค์ในภาคการบริโภคที่หดตัว และราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง แม้ว่า supply disruption จะทำให้ราคาสินค้าบางประเภทปรับเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยด้านอุปสงค์ที่ชะลอลง จะทำให้ราคาสินค้าลดลงมากกว่า

    ด้านธนาคารกลางของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะปรับท่าที จากการถอนการอัดฉีดสภาพคล่อง ตามที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว กลับมาเป็นความกังวลผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโอเมครอนต่อเศรษฐกิจ และชะลอการถอนการอัดฉีดสภาพคล่อง ในขณะที่มีแนวโน้มที่ดอกเบี้ยจะชะลอระยะเวลาการปรับขึ้นออกไป สำหรับนโยบายการคลังเผชิญข้อจำกัดทางด้านหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหา covid ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจได้มากเหมือนเดิม

    สำหรับในกรณี worse case นี้ ตลาดหุ้นจะปรับตัวลดลงต่อ โดยบริษัทฯ ประเมินว่า จะสามารถลดลงได้ถึง -20% เพราะ panic sell อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงจะน้อยกว่าช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อปี 2563 ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะ ครั้งนี้ไม่ได้เกิดการปิดเมืองเต็มรูปแบบทั่วโลก (fully global lock down) และ ทุกประเทศเรียนรู้การรับมือได้ดีมากขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา

    2.กรณีปกติ (Normal most likely case) เกิดขึ้นในกรณีที่ วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกัน แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพที่ลดลง และอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการฉีดเข็มที่สาม booster dose ส่งผลให้การระบาดของ โอไมครอน จะกระจายไปหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ เพราะประชากรโลกมีการฉีดวัคซีน 2 เข็มเป็นจำนวนมากแล้ว (ยกเว้นประเทศในแถบทวีปอาฟริกา) ซึ่งตลาดหุ้นจะถูกแบ่งผลกระทบออกเป็น 2 กลุ่มคือ

    กลุ่มประเทศที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนต่อประชากรเป็นจำนวนมากแล้ว และเป็นประเทศผู้ครอบครองการผลิตวัคซีน ที่หากจำเป็นต้องมีการฉีด booster dose และวัคซีนรุ่นใหม่ จะทำได้อย่างรวดเร็วและเพียงพอ เช่น สหรัฐฯ และ ยุโรป ดังนั้นตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้บ้าง แม้ว่า upside จะอยู่ในวงจำกัด เพราะเข้าใกล้ปลายปี ที่ trading activity จะชะลอตัวลง ตามการเข้าใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุด และประเทศจีนที่ดำเนินนโยบาย zero covid prevention อย่างเข็มข้น เช่นไม่ให้คนจีนเดินทางออกนอกประเทศ และยังไม่เปิดประเทศให้คนต่างชาติเข้าไปด้วยเช่นกัน

    กลุ่มประเทศที่ไม่มี technology เรื่องวัคซีนเป็นของตนเอง และต้องรอการนำเข้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะวัคซีนสูตรใหม่ จะกระจายและฉีดเข็มกระตุ้น booster dose ได้ช้ากว่า ประเทศในกลุ่มแรก ทำให้เศรษฐกิจจะถูกผลกระทบมากกว่า จาก partially lock down และการปิดกั้นการเดินทางระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เงินเฟ้อจะไม่ปรับตัวลดลง และอาจได้รับผลกระทบจากปัญหา supply chain ที่ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มมากขึ้นอีก และธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินนโยบายปรับลดการอัดฉีดสภาพคล่อง (QE tapering) ตามกำหนดเดิม ดังนั้นผลกระทบจากโควิด-19 ระบาดรอบนี้ แรงกดดันเงินเฟ้อ และ นโยบายการถอนสภาพคล่องจะส่งกระทบกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา / กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging market) มากกว่า

    โดยเฉพาะกลุ่ม emerging southeast Asia ที่มีการกลับมาเปิดประเทศ (reopening) เพื่อรับนักท่องเที่ยวกันไปแล้ว ก่อนภูมิภาคอื่นในช่วงที่ผ่านมาอาจจะมีความเสี่ยงสูงการแพร่ระบาดจาก โอไมครอน และการท่องเที่ยวจะยังได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ดังนั้น ตลาดหุ้นในประเทศกลุ่มนี้จะได้รับแรงกดดันอยู่ต่อไปจนถึงปีหน้า

    อย่างไรก็ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังมีความไม่แน่นอน และความเสี่ยงในการลงทุนจากตลาดฯ ที่มีความผันผวนสูง ทาง SCB CIO จึงแนะนำการลงทุนที่เป็นโอกาส และการลงทุนที่ควรหลีกเลี่ยง ดังต่อไปนี้ การหาจังหวะเข้าลงทุน เมื่อตลาดฯ มีการปรับฐานจากความกังวลเรื่องโควิดในช่วงนี้ ได้แก่

    (1) กลุ่ม healthcare โดยเฉพาะ หุ้น หรือกองทุน healthcare ที่มีการลงทุนในบริษัทผู้ผลิตวัคซีน และยา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกันและ รักษา covid ที่ยังมีแนวโน้มที่จะอยู่กับทุกคนไปอีกนาน

    (2) หุ้นหรือกองทุนในกลุ่มที่ได้อานิสงค์จากธีม work from home เช่น หุ้นกลุ่ม technology ที่มีลักษณะเป็น หุ้นคุณภาพที่มีโอกาสเติบโตสูง (quality growth) ซึ่งการเติบโตของกำไรอยู่ในระดับสูง และที่มาของรายได้มีการกระจายตัวในหลากหลายธุรกิจหลัก ตลอดจนมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ คือ บริษัทในกลุ่ม technology ขนาดใหญ่

    (3) หุ้นหรือกองทุนในกลุ่มภูมิภาคที่จะมีความเสี่ยงเรื่องโควิดต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าประเทศหรือภูมิภาคอื่น เช่น กลุ่มประเทศที่มีการคิดค้น technology เกี่ยวกับวัคซีนเป็นของตนเอง ดังนั้น เมื่อมีการระบาด หรือมีการกลายพันธุ์ในอนาคต ก็จะสามารถพัฒนาวัคซีน และนำมาใช้กับประเทศของตนเองได้ก่อน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น สหรัฐฯ และ ยุโรป นอกจากนี้ ตลาดฯ ทั้ง 2 แห่ง ยังเป็นตลาดฯ ที่มีหุ้นในกลุ่ม technology และกลุ่ม healthcare เป็นสัดส่วนที่สูงอีกด้วย

    (4) หุ้นหรือกองทุนในตลาดจีน โดยประเทศจีนมีความเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 น้อยกว่าประเทศอื่น เนื่องจาก ใช้นโยบาย zero-tolerance covid ในขณะที่ valuation ได้ปรับลดลงมามากแล้ว จากการปรับฐานในปีนี้ นอกจากนี้ ตลาดฯ ยังมีแนวโน้มเติบโตอยู่ในระดับที่ดีในระยะยาว

    (5) การลงทุนในกลุ่มที่เป็นเทรนด์การเติบโตระยะยาว 10 – 20 ปีข้างหน้า ที่เรียกว่า super thematic เช่น หุ้นในกลุ่ม อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก EV car, Energy storage และ ESG เป็นต้น เนื่องจาก หลายประเทศทั่วโลกล้วนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดปัญหาโลกร้อน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินลงทุนและความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งในปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้าอีกหลายสิบปี

    (6) หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม technology infrastructure เช่น Digital platform, Fintech, Metaverse, 5G – 6G, Semiconductor เป็นต้น

    สำหรับหุ้นในกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่

    (1) หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวกับธีมการเปิดประเทศ (reopening) เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

    (2) หุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในประเทศที่เศรษฐกิจมีการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เช่น ตลาดหุ้นไทย

    (3) หุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในตลาดอินเดีย โดยอินเดียมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว หากเริ่มมีการติดเชื้อจากสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น เพราะประชากรมีจำนวนมาก ในขณะที่ valuation ของหุ้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง

    (4) หุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในน้ำมัน เนื่องจาก อุปสงค์และอุปทานมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการเกิด partial lock down จากการระบาดอีกครั้ง

    5
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(3 ธ.ค.64) ราคาหุ้น [pr]บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B ณ เวลา 16:05น. อยู่ที่ระดับ 0.89 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 5.95% ราคาสูงสุด 0.91 บาท ราคาต่ำสุด 0.84 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 199.68 ล้านบาท

    ด้านผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2564 พลิกมีกำไรอยู่ที่ระดับ 109.37 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนอยู่ที่ 32.04 ล้านบาท ลุ้นปีนี้ผลงานพลิกกำไรในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 ขาดทุน


    โดยก่อนหน้านี้(18ต.ค.64)ดร.ปัญญา บุญญาภิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Master Plan) ของปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะเสนอบอร์ดภายในเดือนนี้ สำหรับแผนหลักของบริษัทจะให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักคือการให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเป้าหมายสำคัญก็คือการเติบโตที่ยั่งยืน รวมทั้งบริหารจัดการขนส่งและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร ทั้งนี้จะมีการต่อยอดธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและโลจิสติกส์เข้ามาเสริมเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้กับบริษัท

    โดยธุรกิจหลักของ B คือการให้บริการขนส่งครบวงจร ก็ยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 80% ของรายได้รวม และที่เหลือจะเป็นรายได้จากการลงทุนอื่นๆเพื่อที่จะสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เข้ามาเสริม ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับบริษัท และช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเน้นการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน



    B บุ๊กพิเศษ-ค่าใช้จ่ายลด หนุนงบ 9 เดือนพลิกกำไร 109 ลบ.



    B เตรียมคลอดแผนปี 65 เน้นลดต้นทุนโลจิสติกส์-รุกกลุ่มอีคอมเมิร์ซ


    สำหรับภาพรวมธุรกิจให้บริการขนส่ง บริษัทมีจำนวนรถหัวลากอยู่ที่ 37 คัน นอกจากนี้จะมีการใช้บริการซับคอนแทรคที่เป็นพันธมิตรของบริษัทอีกประมาณ 100 คัน เพื่อรองรับความต้องการใช้รถหัวลากได้เพียงพอ ปัจจุบันบริษัทได้มีการขยายฐานลูกค้าไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพราะเป็นกลุ่มลุกค้าที่มีความต้องการใช้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะขยายเพิ่มกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ นอกเหนือจากความร่วมมือกับทางลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด ในการให้บริการขนส่งสินค้าในกรุงเทพ-ปริมณฑล เนื่องจากมองว่ากลุ่มอีคอมเมิร์ซเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูง และมีความต้องการใช้บริการขนส่งสูง

    สำหรับภาพรวมการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนในเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว 2 โครงการคือ โครงการโซลาร์ฟาร์ม SPP ภายใต้บริษัทย่อยสยาม โซลาร์ ที่อยู่ในชัยภูมิ กำลังการผลิต 27 เมกะวัตต์ โดยได้ COD ไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 และโครงการโซลาร์ฟาร์ม ในประเทศเวียดนาม ที่บริษัทเข้าไปร่วมลงทุน กำลังการผลิต 29 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ COD ไปแล้วเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา โดยที่ทั้ง 2 โครงการถือว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เสริมเข้ามาให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ก็ได้ลงทุนในธุรกิจผลิตน้ำดิบ โดยเข้าไปถือหุ้น 51% ในบริษัท เทพฤทธา จำกัด

    ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย รัฐบาลทยอยปลดล็อกดาวน์ รวมทั้งเตรียมเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย นี้ จะส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์สดใสมากขึ้น รวมทั้งจะมีการรับรู้รายได้ในส่วนของธุรกิจผลิตน้ำดิบเพิ่มขึ้นจากฤดูฝนในปีนี้ได้เติมน้ำเข้าบ่ออีกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณน้ำดิบเพื่อส่งจำหน่ายมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่ 10-15%

    “แผนยุทธศาสตร์ปี 2565 จะช่วยขับเคลื่อนให้ B มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะปัจจุบันสถานะของบริษัทมีความพร้อมในการขยายธุรกิจเต็มที่ ฐานะการเงินก็มีความแข็งแกร่ง สัดส่วนหน้าสินต่อทุนเหลือแค่ 0.18 เท่า ตอนนี้บริษัทแทบไม่มีเงินกู้ยืม ภาวะดอกเบี้ยก็น้อย ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิกว่า 98 ล้านบาท เติบโตกว่า 688% ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทและก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 1-2 ปี บริษัทจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่อยู่ราว 84 ล้านบาท ได้ทั้งหมด” ดร. ปัญญากล่าว

    6


    ชลบุรี- พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ [pr] อีก 168 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน จากครอบครัว ที่ทำงาน มีบุคคลากรแพทย์ 2 ราย คลัสเตอร์ค่ายทหารยังระบาดต่อเนื่องล่าสุด พบอีก 2 ราย สะสม 1,808 ราย ยังพบในคลัสเตอร์บริษัทใหญ่หลายแห่ง

    เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 168 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวม 763 ราย

    ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจาก 1. Cluster เขตพื้นที่ทหารเกณฑ์ อ.สัต.บ (ทหารเกณฑ์) 2 ราย สะสม 1,808 ราย มีการระบาดอย่างต่อเนื่องยังควบคุมไม่ได้ 2. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 4 ราย สะสม 5,120 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,808 ราย 3. Cluster บริษัท ไมย์เออร์อินดัสตรีส์ จำกัด อ.ศรีราชา 3 ราย สะสม 4. Cluster บริษัท ซิเลซติกา (ประเทศไทย) จำกัด อ.ศรีราชา 3 ราย สะสม 38 ราย 5. Cluster บริษัท สยามคอมเพลสเซอร์ อุตสาหกรรม จำกัด อ.ศรีราชา 3 ราย สะสม 12 ราย 6. Cluster บริษัท ยองริม เทคไทย จำกัด อ.บ้านบึง 3 ราย 7. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 5 ราย 8. บุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย 9. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด(เชียงใหม่ 2 ราย,กรุงเทพมหานคร 1 ราย) 10. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน(ในครอบครัว 55 ราย,สถานที่ทำงาน 29 ราย,บุคคลใกล้ชิด 5 ราย,ร่วมวงสังสรรค์ 2 ราย)11. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 9 ราย 12. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 40 ราย


    ณ 4 ธันวาคม 2564 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,850,001 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 1,367 คน ปอดอักเสบ 11 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 2 คน เสียชีวิต 4 คน

    ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 156,153 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 479,072 คน รวม 635,225 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 674 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนติดเชื้อ 4,473 คน ปอดอักเสบ 54 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 7 คน เสียชีวิต 30 คน

    7
    ฟอร์มของ "ขุนค้อน" แผ่วลงไปหลัไม่ชนะในลีกมา 3 นัดติด เกมนี้ เดวิด มอยส์ หวังพึ่งทีเด็ดของ มิคาอิล อันโตนิโอ ส่วนทางฝั่ง "สิงห์บลูสส์" ปวดหัวกับปัญหาอาการเจ็บของผู้เล่น แต่แนวรุกยังอุ่นใจหลังใช้ โรเมลู ลูกากู ยืนล่าตาข่าย ในเกมลอนดอนดาร์บี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ธ.ค.นี้ เวลา 19.30 น. ช่อง PPTV HD 36 ยิงสดให้ชมกัน
    ปรีวิวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ [pr]
    เวสต์แฮม (4) - เชลซี (1) 
    วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 
    เวลา : 19.30 น. ถ่ายทอดสด PPTV HD ช่อง 36
    สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม 

        สภาพทีมโดยทั่วไป

        เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

        เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีม "ขุนค้อน" พาทีมไม่ชนะมา 3 นัดติดต่อกันแล้ว โดยฟอร์มล่าสุดเสมอกับ ไบรท์ตัน ไป 1-1 ในบ้านตัวเอง

        เดอะ แฮมเมอร์ส ยังคงขาดตัวผู้เล่นสำคัญในเกมรับอันได้แก่ อันโจโล่ อ็อกบอนนา ที่เจ็บเข่าพักยาว

    ADVERTISEMENT


        ทางด้านของ แอรอน เครสเวลล์ แบ็กซ้ายตัวเก่งก็ต้องลุ้นว่าจะลงสนามได้หรือไม่ เนื่องจากว่ามีอาการบาดเจ็บที่หลังรบกวนอยู่

        เชลซี

        โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ สิงโตน้ำเงินคราม พาทีมไม่แพ้ใครในลีกมา 8 นัดติดต่อกัน โดยฟอร์มล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขาบุกไปเอาชนะ วัตฟอร์ด ได้ 2-1 ถึง วิคาเรจ โร้ด

        สภาพทีมของ เชลซี ยังคงไม่มี เบน ชิลเวลล์ ที่เจ็บปิดเทอมยาว รวมทั้ง มัตเตโอ โควาซิช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย

    ADVERTISEMENT


        นอกจากนี้ เทรวอห์ ชาโลบาห์ ผู้เล่นเกมรับฝั่งขวาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่น่าจะลงเล่นได้เนื่องจากเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า

        ทางด้าน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เจ็บเข่าก็มีแนวโน้มว่าจะลงเล่นไม่ได้เช่นเคย ส่วน รีซ เจมส์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษก็จะต้องลุ้นความฟิตก่อนด้วย

        ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    

        เวสต์แฮม (4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ - วลาดิเมียร์ คูฟาล, เคร็ก ดอว์สัน, เคิร์ต ซูม่า, เบน จอห์นสัน - โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ - จาร์ร็อด โบเว่น, ซาอิด เบนราห์มา, ปาโบล ฟอร์นัลส์ - มิคาอิล อันโตนิโอ

        ผู้จัดการทีม : เดวิด มอยส์

        เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ - อันเดรส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, จอร์จินโญ่, มาร์กอส อลอนโซ่ - ไค ฮาแวร์ต, เมสัน เมาน์ต - โรเมลู ลูกากู

        ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

        ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

    ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
    วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
    24/04/21    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม0 - 1เชลซี
    22/12/20    พรีเมียร์ลีกเชลซี3 - 0เวสต์แฮม
    02/07/20    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม3 - 2เชลซี
    30/11/19    พรีเมียร์ลีกเชลซี0 - 1เวสต์แฮม
    09/04/19    พรีเมียร์ลีกเชลซี2 - 0เวสต์แฮม

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด
    เวสต์แฮม 
    01/12/21 เสมอ ไบรท์ตัน 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    28/11/21 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    25/11/21 ชนะ ราปิด เวียนนา 2-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก 
    20/11/21 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    07/11/21 ชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

    เชลซี 
    01/12/21 ชนะ วัตฟอร์ด 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    28/11/21 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    23/11/21 ชนะ ยูเวนตุส 4-0 (เหย้า) ชปล.
    20/11/21 ชนะ เลสเตอร์ 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    06/11/21 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

    8
    โจน ลาปอร์ต้า บิ๊กบอสบาร์เซโลน่า [pr] โชว์ลีลาลิ้นสาลิกาด้วยการออกลูกยอ อุสมาน เดมเบเล่ ว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งกว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ โดยงานนี้เจ้าตัวคาดหวังให้นักเตะขยายสัญญาใหม่แทนที่ของเก่าที่จะหมดหลังจบซีซั่นนี้
         โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรบาร์เซโลน่า  ออกโรงยืนยัน อุสมาน เดมเบเล่ ปีกความเร็วสูงชาวฝรั่งเศส เก่งกว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าอนาคตไกล "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 

         เดมเบเล่ ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาลนี้ ตกเป็นข่าวมาตลอดว่าเตรียมที่จะเก็บข้าวของออกจากถิ่นคัมป์ นู เพื่อหาโอกาสาในการได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตาม ลาปอร์ต้า ยังคงต้องการให้นักเตะอยู่กับสโมสรต่อไป 

         บิ๊กบอส "เจ้าบุญทุ่ม" ยอมรับพยายามที่จะหว่านล้อมให้ เดมเบเล่ สลัดน้ำหมึกขยายสัญญาฉบับใหม่ เพราะมั่นใจนักเตะวัย 24 ปีรายนี้มีศักยภาพที่เหนือกว่า เอ็มบัปเป้ "เรามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับ เดมเบเล่ และเขาก็อยากอยู่กับสโมสร"

         "เราอยากให้เขาอยู่กับทีมเช่นกัน  เพราะเขาเป็นนักเตะชั้นยอด มีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเจรจากกับตัวแทนซึ่งพวกเขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้กับนักเตะ ผมมีความมุ่งมั่นในเรื่องของ เดมเบเล่ อย่างมาก สำหรับผมเขาเป็นนักเตะที่เก่งกว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้" ลาปอร์ต้า ระบุ

    9
    เครื่องโม่พลาสติก [pr] [pr]
    เครื่องบดพลาสติก หรือ เครื่องบดผงพลาสติก ผลิตและนำเข้าจากต่างประเทศ

    เครื่องบดพลาสติก หรือ เครื่องบดย่อยพลาสติก หรือ เครื่องโม่พลาสติก มีตั้งแต่ขนาด 100-800 กิโลกรัม/ชั่วโมง ใช้วัสดุอย่างดีในการผลิตเครื่องและใบมีดที่ออกแบบมาพิเศษ ใบมีดสามารถถอดและติดตั้งเองได้ง่าย ใบมีดมีความทนทาน อายุการใช้งานอยู่ได้นาน ใบมีดออกแบบมาโดยเฉพาะทางเท่านั้น วัสดุที่ผลิตจากใบมีดทำมาจากเหล็ก T7A
    มีความแข็งแรงและสามารถยืดหยุ่นได้ การรีไซเคิลพลาสติกสามารถใช้เครื่องบดพลาสติก [pr]ได้ทุกชนิด อาทิ PVC, PE, PP, PS, SAN, ABS, PET, PC เป็นต้น ตัวอย่างชิ้นงานพลาสติก เช่น ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก กระป๋อง ถาด ตะกร้า ไม้แขวนเสื้อ ขาเก้าอี้ สายน้ำเกลือ แผ่น CD และกันชนรถยนต์ เป็นต้น นอกจากพลาสติก เครื่องบดพลาสติกของเรายังสามารถบดชิ้นงานจากวัสดุอื่นได้อีก เช่น ใช่เป็นเครื่องย่อยขยะ ธนบัตร หนังสือพิมพ์ ยางรถยนต์ เหล็กบางๆ แก้ว ไม้ กางปลา กระดองปลาหมึก เป็นต้น

    Line : Lakkana99 , 0812079977
    เบอร์ติดต่อ : 081-6428557 (คุณสมนึก) , 081-6428556 (คุณลักขณา)
    เรียบเรียงบทความโดย : https://www.cctgroup.co.th [pr]

    10


    บริษัทโมเดอร์นา อิงค์คาดว่า บริษัทอาจพร้อมที่จะยื่นขออนุมัติการใช้งานวัคซีนเข็มบูสเตอร์สำหรับป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน [pr]ในสหรัฐได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนมี.ค.ปีหน้า
    นายสตีเฟน โฮก ประธานคณะกรรมการบริหารของโมเดอร์นาแสดงความเชื่อมั่นว่า วัคซีนเข็มบูสเตอร์ที่บริษัททำการทดลองนั้นอาจเป็นหนทางเร็วที่สุดในการแก้ปัญหาประสิทธิภาพวัคซีนลดลงที่อาจเกิดจากไวรัสโอไมครอน โดยนายโฮกให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “เราได้เริ่มโครงการทดลองวัคซีนดังกล่าวแล้ว”

    นอกจากนี้ โมเดอร์นากำลังทำการค้นคว้าวัคซีนที่มีคุณสมบัติแบบ Multivalent ซึ่งจะมีองค์ประกอบของไวรัสโควิด-19 ถึง 4 สายพันธุ์ รวมถึงไวรัสโอไมครอนด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายเดือน



    นายโฮกยังได้พูดถึงขั้นตอนการยื่นขออนุมัติซึ่งอาจใช้เวลา 3-4 เดือน เนื่องจากแนวทางก่อนหน้านี้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) กำหนดไว้นั้น จะต้องส่งข้อมูลการทดลองทางคลินิกขั้นกลางด้วย

    นายโฮกอธิบายว่า “สำหรับวัคซีนเข็มบูสเตอร์ที่มุ่งสกัดไวรัสโอไมครอนโดยเฉพาะนั้น ถ้าพูดตามจริง เราคงจะไม่ได้ใช้ก่อนเดือนมี.ค. และอาจจะนานออกไปจนถึงไตรมาส 2 ปีหน้า เว้นแต่ FDA จะปรับเปลี่ยนแนวทางการยื่นข้อมูลเพื่อขออนุมัติใช้วัคซีน”

    11
    SME D Bank ให้กู้ “สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา [pr]” วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท กู้ได้สูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อราย หนุนผู้ประกอบการกลุ่มรับเหมา ลดผลกระทบจากโควิด-19 และเดินหน้าธุรกิจคว้าโอกาสรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ-เอกชนได้ลื่นไหลต่อเนื่อง

    นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า  จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  โดยเฉพาะช่วงกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างในการบริหารจัดการโครงการ โดยเฉพาะการจัดการด้านแรงงานก่อสร้าง รวมไปถึงปัญหาค่าแรงที่สูงขึ้น การจัดการแคมป์เพื่อลดความเสี่ยง ต้นทุนเหล็กและวัสดุก่อสร้าง ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้การดำเนินโครงการก่อสร้างอาจไม่เป็นไปตามแผน นำไปสู่การทิ้งงานและการเลิกจ้างงาน 

     

    นอกจากนี้ ปัญหาของภาคการก่อสร้าง ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างทั้งหมด ทั้งภาครัฐ ประชาชน ภาควัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและการขนส่ง  ขณะที่ ธุรกิจด้านการก่อสร้างทั้งหมด มีผู้ประกอบการรวมกว่า 136,000 ราย  มีมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น  8-9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ 

     

    SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์  “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท  จุดเด่นเป็นการเติมเงินทุนเหมาะต่อการดำเนินธุรกิจจริงของผู้รับเหมา ในลักษณะเป็นสินเชื่อหมุนเวียนแบบแพ็คเกจ (Total Solution) ควบคู่ในรูปแบบวงเงินกู้ระยะสั้น (P/N) สามารถเบิกจ่ายได้สูงสุด 50% ของงวดงานใดงวดงานหนึ่งที่ทำ   ควบคู่กับเติมเงินเพิ่มในรูปแบบวงเงินสินเชื่อแฟคตอริ่ง โดยรับซื้อลูกหนี้การค้า หรือโอนสิทธิให้ธนาคารได้ไม่เกิน 90% ของมูลหนี้ทางการค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอ  รับงานได้ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

     


    สำหรับคุณสมบัติ ผู้กู้เป็นนิติบุคคล ดำเนินธุรกิจรับเหมามาไม่น้อยกว่า 1 ปี  เปิดกว้างทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงสุดถึง 15 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR+1.0% ต่อปี เปิดรับคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565

    SME D Bank ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัว ‘สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา’ 
    SME D Bank ทุ่ม 1,000 ล้าน เปิดตัว ‘สินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา’

    กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวเสริมว่า “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” จะมาช่วยให้ผู้ประกอบการรับเหมา มีเงินทุนนำไปใช้เดินหน้าธุรกิจ คว้าโอกาสจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมระดับเอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาทต่อปี  นอกจากนั้น ยังได้รับอานิสงส์จากนโยบายผ่อนปรนการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ก่อให้เกิดการลงทุนโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงปี 2565  


    ผู้ประกอบการที่สนใจใช้บริการ “โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องผู้รับเหมา” สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ผ่านออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ SME D Bank (https://www.smebank.co.th/ [pr]) แอปพลิเคชัน “SME D Bank” ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ LINE Official Account : SME Development Bank เป็นต้น รวมถึงสาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

    12
    วันนี้เรามีเมนูสูตรพิเศษมาแนะนำ เช่นเคย เชื่อว่าผู้คนจำ นวนไม่ใช้น้อยจำ ต้องชื่นชอบแน่ๆ นั่นก็คือสูตรขั้นตอนการทำ  “ไส้กรอกหมู (ไส้กรอกอีสาน)” นั่นเอง ซึ่งสูตรที่จะพาทำ วันนี้อร่อยมาก แถมไม่มีอันตราย ไม่ใส่โปตัสเซี่ยมไนเตรดด้วยนะคะ ซึ่งไส้กรอกหมู เป็นการรักษาอาหารอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดไปซื้อจากร้านค้าก็ไม่มั่นใจว่าเขาใส่อะไรบ้าง ทำ รับประทานเองก็จะมั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายแน่นอนจ้ะ พร้อมแล้วเราไปดูสูตรขั้นตอนการทำ  “ไส้กรอกหมู” กันเลยจ๊า

    *ส่วนผสมไส้กรอก1. หมูสับ 8 ขีด (ใช้สันคอหมู ปนมันด้วย ถ้าใช้เนื้อล้วนจะแข็งเกินไปค่ะ)2. ข้าวสวย 3 ถ้วย (ใช้ข้าวที่หุงเป็นเม็ด ถ้าข้าวนิ่มมาก พอเปรี้ยวแล้วจะเละเกินไปค่ะ)3. กระเทียมโขลกหยาบๆ 4 ช้อนโต๊ะ4. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าเกลือป่นใช้ 1 ช้อนชา)5. ไส้หมู ใช้ยาวประมาณ 1.5 เมตร ตัดแบ่งเป็น 3 เส้น (ใช้ไส้หมูแบบไส้ขม มาล้างด้านนอกและด้านในด้วย เกลือ และแช่น้ำส้มสายชู ล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ)6. ผงชูรส หรือน้ำตาล7. น้ำมันพืช 2 ช้อนชา (เอาไว้ทาผิวด้านนอกไส้กรอก เพื่อไม่ให้แมลงวันตอม)8. เตรียมกรวยสำหรับยัดไส้กรอก ถ้าไม่มีให้ประยุกต์ใช้ขวดน้ำพลาสติกใบเล็กตัดครึ่งใบก็ได้ค่ะ

    **วิธีทำไส้กรอกอีสาน
     – ผสมหมูสับ กระเทียม เกลือ น้ำตาล นวดให้เข้ากันดี แล้วใส่ข้าวสวยลงไปคลุกเคล้า ให้เข้ากัน นำไปยัดใส่ไส้ที่เตรียมไว้– ถ้าทำเยอะซื้อไส้ที่เขาล้างแล้วหมักเกลือไว้ก็สะดวกค่ะ– ตอนจะใช้เรามาล้างเกลือออก ก็ใช้ได้เลยค่ะ ซื้อที่ร้านที่เขาทำไส้กรอกกุนเชียง แมคโครก็มีขายค่ะ– สวมไส้ที่ปลายขวดแล้วใช้หนังยางรัด ปลายอีกด้านให้ขมวดไว้ เวลากรอกส่วนผสมลงไป ใช้ไม้ตะเกียบช่วยดัน และใช้ไม้แหลมจิ้มด้านข้างเพื่อไล่อากาศออก ไม่ควรยัดส่วนผสมแน่นเกินไป เพราะตอนย่างจะแตกง่ายค่ะ– ใช้ด้าย หรือเชือกมัดเป็นข้อสั้น แล้วลูบผิวด้านนอกด้วยน้ำมันพืช นำไปแขวนผึ่งลมไว้ 1-2 วัน– เวลาย่าง ใช้ไม้แหลมจิ้มที่ผิวด้วย เพื่อไม่ให้ไส้กรอกแตกค่ะคืออะไรบ้างคะกับสูตรกระบวนการทำ  “ไส้กรอกหมู” สูตร ไส้กรอก วุ้นเส้น [pr] นี้อร่อยมากจริงๆจะทำ กินเองก็ง่าย หรือจะทำ ขายเพื่อสร้างรายได้ก็ถือว่าน่าดึงดูดมากทีเดียว ที่สำ คัญพวกเราทำ เองกับมือไม่เป็นอันตรายแน่ๆ เพราะว่าไม่ใส่ดินประสิว เพื่อนๆแฟนเพจอย่าลืมเอาไปทดลองทำ นะคะ ถ้าเกิดมีความรู้สึกว่ามีคุณประโยชน์โปรดส่งต่อเพื่อเป็นวิทยาทานด้วยแรง


    13
     ริวัลโด้ อดีตสตาร์ลูกหนังเลือดแซมบ้า ฟันธง ลิโอเนล เมสซี่ [pr] แข้งเทพเลือด "ฟ้า-ขาว" ยังไม่ใช่นักเตะเบอร์ 1 ตลอดกาล แต่ยืนยัน เมสซี่ คู่ควรกับรางวัล บัลลง ดอร์ สมัยที่ 7
         ริวัลโด้ ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล และ บาร์เซโลน่า เชื่อว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังไม่ใช่นักฟุต.ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล 
     
         เมสซี่ ได้รับคะแนนโหวตเบียดชนะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงเลือดโปลของ บาเยิร์น มิวนิค คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2021 มาครอง เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสมัยที่ 7 ของเจ้าตัวที่ได้รางวัลอันยิ่งใหญ่นี้ 

         ถึงแม้มีคนดังในวงการลูกหนังหลายรายมองว่า เลวานดอฟสกี้ สมควรได้มากกว่า แต่ ริวัลโด้ ยืนยันว่า เมสซี่ คู่ควรแล้ว เมื่อมองถึงผลงานชิ้นโบแดงที่พาทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์ โกปา อเมริกา มาครองเมื่อช่วงหน้าร้อน เพียงแต่ดูเกินเลยไปหน่อย หากบอกว่า เมสซี่ เป็นแข้งเบอร์ 1 ตลอดกาล

         "เขาสมควรได้รางวัลแล้วล่ะ เมื่อมองถึงฟอร์มการเล่นของเขาที่ช่วย อาร์เจนตินา คว้าแชมป์ โกปา อเมริกา ซึ่งถือเป็นถ้วยแชมป์ที่พวกเขาถวิลหามานานหลายปี และเขาเองก็เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ด้วย"
     
         "บัลลง ดอร์ มักจะมีการถกเถียงเกิดขึ้นเสมอ เพราะมันมาจากการโหวตมากมายทั่วโลก และในแต่ละช่วงก็มีนักเตะเจ๋งๆ หลายคน ซึ่งสำหรับผมเองนั้น ผมก็มองว่า คาริม เบนเซม่า (หัวหอก เรอัล มาดริด) ควรได้รางวัลเหมือนกับ เลวานดอฟสกี้ และ เมสซี่ แต่สุดท้ายคนที่ได้รางวัลมันมีเพียงแค่หนึ่งเดียว" 

         "เขา (เมสซี่) จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในนักเตะที่เจ๋งสุดตลอดกาล แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า เขาเจ๋งสุดตลอดกาลเรียบร้อย เพราะเขายังต้องไล่ล่าแชมป์โลกกับ อาร์เจนตินา คนอื่นๆ อย่างเช่น เปเล่ เขาได้แชมป์โลกหลายสมัย ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่า เมสซี่ สมควรถูกมองเป็นนักฟุต.ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล แต่ในกลุ่มสามอันดับแรก ต้องมีเขาแน่นอน" ริวัลโด้ วัย 49 กะรัต ซึ่งเคยได้ บัลลง ดอร์ เมื่อปี 1999 กล่าว

    14
    อื่นๆ / สร้าง qr code รูปภาพ ฟรี
    « เมื่อ: 03 2021-12-03 2021 10:%i:1638502797 »
    QR Code  เป็น  อะไรคิวอาร์โค๊ด  แหล่งกำเนิด มาจาก  ญี่ปุ่น ภายใต้  การเขียน ทะเบียนของบริษัท Denso Wave (เดนโซ-เวฟ) ตั้งแต่ปี 1994 QR Code คือ บาร์โค้ด 2 มิติ ย่อมาจากคำ ว่า Quick Response (ควิ๊ก เรสปอน) ซึ่งคิวอาร์โค๊ดถูก  ปรับปรุง ต่อยอดมาจาก Barcode ให้สามารถใช้งาน  ง่ายมากยิ่งขึ้น  แถมยังเก็บข้อมูลได้มากกว่า  รูปแบบของ คิวอาร์โค๊ดจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ผ่านการเข้ารหัสดิจิตอล ซึ่งเมื่อใช้ กล้อง  สแกนอ่าน โค้ด  แล้วโปรแกรมก็จะดึงข้อมูลต่างๆ ทั้ง   ใจความ  รูปภาพวิดีโอ หรือลิงค์เพื่อ  ไปสู่ เว็บไซต์  ได้  ในทันที  โดยไม่ต้อง เสียเวลา  พิมพ์ ถือเป็น  อีกทางหนึ่ง ในการ  ดึงคนจากออฟไลน์ไปสู่ โลกออนไลน์   ด้วยเหตุดังกล่าว คิวอาร์ โค้ด   ก็เลย มีการ  สนองตอบ  อย่างเร็ว สามารถเก็บข้อมูล ได้  หมดทั้งตัว อักษร  จำนวน  แล้วก็  Binary  ตัวอย่างเช่น  ชื่อ เว็บไซต์ , เบอร์โทรศัพท์,  ใจความ, Email ฯลฯ   การใช้แรงงาน คิวอาร์โค๊ด สร้าง qr code ไม่หมดอายุ [pr] มี หลักการทำงาน  คล้ายๆ  กับ Barcode ที่อยู่บนกล่องหรือ  สินค้า  ทั่วๆไป  แต่  การอ่าน Barcode  จำเป็นต้อง  ใช้  สแกนเนอร์ ยิงเลเซอร์  แล้วหลังจากนั้น  เครื่องสแกน  ก็จะแปลง Barcode เป็นข้อมูล  ผลิตภัณฑ์ ชิ้นนั้นๆส่วน QR Code นั้น  เพียงแต่ นำ มือถือ  ที่มี  กล้องที่มีไว้สำหรับถ่ายภาพ  มาสแกนคิวอาร์โค๊ด  รอ  สักครู่  เครื่องจะอ่านคิวอาร์  รหัส สีดำ ออกมาเป็นตัวหนังสือที่มีข้อมูล  มาก  ที่ถูกบันทึกเอาไว้  แสดงผลลัพธ์ ให้ เรา   มองเห็น ข้อมูลนั้น  ในทันที  ซึ่งมีความรวด  เร็วทันใจ   แล้วก็  เกิดการ   บกพร่อง น้อยด้วยประโยชน์ของ  คิวอาร์  รหัสด้าน  เนื่องจากว่า ความรวดเร็ว เพราะ  ทุกวันนี้  คน ส่วนใหญ่  จะมี มือถือ  กันทุกคน  แล้วก็  มือถือ   ในตอนนี้  ก็มี  กล้องถ่ายภาพ เกือบทุก  รุ่นแล้ว   คุณประโยชน์ ที่เห็นได้ชัดที่สุดของ QR Code คือ  การแสดง URL ของ เว็บไซต์    เพราะเหตุว่า  URL  โดยธรรมดา  แล้วจะ  จำ ยาก เพราะ  ยาว  และก็   ครั้งคราว  ก็จะ  สลับซับซ้อน มาก   แม้กระนั้น ด้วย QR Code เรา   เพียงแต่ ยกมือถือมาสแกน QR Code ที่ เรา   พบเจอ ตาม ผลิตภัณฑ์  ต่างๆ, นามบัตร,  วารสาร ฯลฯ  แล้ว มือถือ  จะลิ้งค์เข้าเว็บเพจที่ QR Code นั้นๆบันทึกข้อมูลอยู่ โดยอัตโนมัติ

    [pr]

    15



    นายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า มาตรการจำกัดห้ามอย่างครอบคลุมไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) [pr] แต่จะสร้าง “ภาระหนักต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน” โดยในขณะนี้เชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวได้แพร่กระจายไปแล้วถึง 23 ประเทศ
    แนวทางสำหรับประเทศต่าง ๆ ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระดับสูงควรระงับแผนการเดินทาง
    รัฐนิวเซาท์เวลส์ ยืนยันว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายที่ 7 ทราบข้อมูลเบื้องต้น ผู้ติดเชื้อไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของแอฟริกา ขณะที่สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์กังวลว่า การแพร่กระจายของเชื้ออาจเกิดขึ้นบนเที่ยวบินที่เดินทางมาจากกรุงโดฮา
    ส่วนที่รัฐวิกตอเรีย จนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอไมครอน แต่รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้อาจอยู่ในชุมชนของรัฐวิกตอเรียแล้ว
    นายแดเนียล แอนดรูส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเตรีย กล่าวว่า ยอดผู้ติดเชื้อนั้นมีความเกี่ยวข้องน้อยลงในตอนนี้ ระหว่างที่อัตราการฉีดวัคซีนของรัฐเพิ่มสูงขึ้น
    นางอนาสตาเซีย ปาลาเชย์ มุขมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่า ชายคนหนึ่งซึ่งมีผลการตรวจหาไวรัสโควิด-19 เป็นบวกเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ในนครโกล์ดโคสท์ ไปไหนมาไหนในชุมชนในช่วงเทศกาลลดกระหน่ำราคาสินค้า “แบล็กฟรายเดย์” ที่ผ่านมา
    สถิติโควิด-19
    รัฐวิกตอเรีย บันทึกยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในท้องถิ่น 1,419 ราย และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย
    รัฐนิวเซาท์เวลส์ บันทึกยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในท้องถิ่น 271 ราย
    มณฑลนครหลวงออสเตรเลีย บันทึกยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในท้องถิ่น 8 ราย
    มณฑลนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี บันทึกยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในท้องถิ่น 1 ราย

    หน้า: [1] 2 3 ... 21