คนละครึ่งเฟส3

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

กลับมาอีกครั้งสำหรับการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 โครงการของรัฐบาลที่จะออกมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายภายในประเทศ พร้อมช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับร้านค้ารายย่อยอีกด้วย เป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่กำลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในครั้งนี้ยังคงได้รับความสนใจจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากเช่นเดิม

โดยโครงการคนละครึ่งผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องจ่ายเอง 50 เปอร์เซ็นต์ และรัฐบาลออกให้ 50 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเดิม สามารถใช้จ่ายได้ทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ในเฟส 3 นี้ จะจำกัดสิทธิไม่เกิน 150 บาทต่อวัน ส่วนยอดรวมในการใช้สิทธิคนละครึ่งนั้น ไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ใช้ไม่หมดในแต่ละวัน จะไม่มีการหักสิทธิ ซึ่งทางระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ที่ได้รับสิทธิ พร้อมจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน สิทธิคนละครึ่งสามารถใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเช่นเดิม ซึ่งจะไม่มีร้านสะดวกซื้อรวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วย ส่วนเวลาในการใช้สิทธินั้น อยู่ระหว่าง 06.00 – 23.00 น. และไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งนอกเวลาดังกล่าวได้

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต้องบอกว่าแตกต่างจาก เฟส 2 เนื่องจากผู้ที่ได้รับเงินจากโครงการนี้ จะต้องทำการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดไม่ได้กดยืนยันเหมือนเฟส 2 ที่ผ่านมา

ล่าสุดรัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ช่วง 06.00-22.00 น. ของวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

โดยเงื่อนไขสำหรับการลงทะเบียนของประชาชน นั้นมีดังนี้

  • จะต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนและจะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น
  • ผู้ที่จะได้รับสิทธิ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ลงทะเบียน
  • ผู้ที่ลงทะเบียนสามารถ เลือกลงทะเบียนได้เพียง 1 โครงการเท่านั้น โดยจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

(สามารถเช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่ www.cgd.go.th)

  • จะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิในโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
  • จะต้องไม่เป็นผู้ใช้สิทธิในโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

สำหรับการลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 3 ประชาชนสามารถลงทะเบียนได้จำนวน 2 ช่องทาง

1.   สามารถลงทะเบียนผ่านทาง www.คนละครึ่ง.com

2.   สามารถลงทะเบียนได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง และผูก G-wallet สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิโครงการ และ มาตรการของรัฐที่เคยใช้ แอพพลิเคชั่น เป๋าตัง มาแล้ว

อย่างไรก็ตามสามารถเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อเปลี่ยนไปใช้โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 22.00 น. สำหรับผู้ที่เปลี่ยนแปลงสิทธิโครงการแล้ว 1 ครั้ง จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้อีก

การใช้สิทธิโครงการในครั้งแรก ผู้ที่จะได้รับสิทธิ จะต้องกลับมายืนยันตัวตนใหม่อีกครั้งด้วยบัตรประจำตัวประชาชน โดยการซื้อขายจะยังคงใช้วิธีการแสกน QR Code เหมือนกับที่ผ่านมา นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังมีการเน้นย้ำว่า จะต้องใช้บริการกันแบบหน้าเท่านั้น จะไม่มีการดำเนินการผ่านทางช่องทางการซื้อขายแบบออนไลน์ หรือแม้กระทั่งคนกลาง

ทั้งนี้จะขอแนะนำวิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 แบบเข้าใจง่ายๆและละเอียดยิบให้ได้ติดตามกันดังนี้

วิธีการลงทะเบียนผ่านทาง www.คนละครึ่ง.com สามารถค้นหาคำว่า ลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับประชาชน และเลื่อนลงมาด้านล่างสุด กดให้ขึ้นเครื่องหมายถูกตรงข้อความ “ข้าพเจ้าได้อ่าน และตกลงยินยอมตามรายละเอียดข้อตกลงและความยินยอมข้างต้น” และกดยืนยัน หลังจากนั้นก็จะขึ้นหน้า ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ซึ่งจะต้องกรอกรายละเอียดซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, รหัสหลังบัตรประชาชน, วัน/เดือน/ปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ติดต่อได้, อีเมล (ถ้ามี), ข้อมูลอาชีพ และ รายได้ต่อเดือน เมื่อกรอกข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้กด “ลงทะเบียน” และรอรับรหัส OTP จากหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อกรอกรหัสเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความซึ่งระบุว่า “ระบบได้รับข้อมูลของท่านแล้ว” โดยจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของท่านตามเงื่อนไขโครงการต่อไป ทั้งนี้โครงการจะแจ้งผลการเข้าร่วมโครงการผ่าน SMS/แอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน แล้วคลิกคำว่า กลับสู่หน้าหลัก ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนจะต้องรอรับ SMS ภายใน 3 วัน และสามารถยืนยันตัวตนต่อได้ทันที

สำหรับการยืนยันตัวตนคนละครึ่งเฟส 3 ก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก

  1. สำหรับผู้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับธนาคารกรุงไทยแล้ว ให้ทำการ “สแกนใบหน้า” ของตนเองเพื่อยืนยันตัวตน แต่หากพบปัญหาระหว่างสแกนหน้า ให้เลื่อนโทรศัพท์เข้า-ออก เพื่อให้กล้องโฟกัสที่ใบหน้า และให้ ถือโทรศัพท์ค้างไว้เพื่อสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน

2. ทำการยืนยันโดยใช้แอพพลิเคชั่น KrungthaiNext โดยสามารถเข้าสู่ KrungthaiNext ระบุ PIN KrungthaiNext กดปุ่มดำเนินการบนแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง และกรอกรหัส OTP เมื่อรหัสถูกส่งเข้าไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ผูกกับ KrungthaiNext กดตรวจสอบและยืนยันข้อมูล หลังจากที่สมัครสำเร็จ G-wallet จะค้างหน้า “กำลังตรวจสอบข้อมูล” เลือก “ตรวจสอบสถานะล่าสุด” เพื่อดูผลการสมัคร หน้าจอเมื่อสมัคร G-Wallet สำเร็จกดไปที่หน้าหลักหน้าจอใช้สิทธิโครงการภาครัฐได้ทันที

3. ผู้ที่ยังไม่เคยยืนยันตัวตนกับบัตรประชาชน หรือกับธนาคารกรุงไทย สามารถนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยฯ และจะต้องสแกนใบหน้าอีกครั้งหนึ่งก็สามารถยืนยันตัวตนได้เช่นเดียวกัน

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 สามารถใช้ได้กับร้านค้าที่ลงทะเบียน แอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เท่านั้น โดยจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 กรกฎาคม -31 ธันวาคม 2564

คะแนน SEO
กด 5 ดาวถ้าชอบบทความนี้
[Total: 0 Average: 0]